หลังใส่ ADM เพื่อเพิ่มเส้นรอบวง บางคนอาจรู้สึกตึง รั้ง เจ็บ หรือรู้สึกว่า “ตอนแข็งดูสั้นลงกว่าเดิม” อาการแบบนี้ทำให้หลายคนกังวลมาก เพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติของการฟื้นตัว เป็นผลจากพังผืด หรือเป็นปัญหาที่ควรรีบแก้ไข
ความรู้สึกเหมือนสั้นลงเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการแบบไหนอาจเฝ้าดูได้ อาการแบบไหนควรพบแพทย์ และทำไมไม่ควรรีบทำซ้ำหรือแก้ไขก่อนรู้สาเหตุจริง

ใส่ ADM แล้วตึงหรือเหมือนสั้นลง แปลว่าสั้นลงจริงไหม?
ไม่จำเป็นต้องแปลว่าสั้นลงจริงทุกกรณี ความรู้สึกว่าเหมือนสั้นลงตอนแข็งอาจเกิดจากแรงตึงของเนื้อเยื่อ การยึดติด พังผืด การกระจายตัวของ ADM ที่ทำให้การขยายตัวไม่เป็นธรรมชาติ หรือความรู้สึกไม่คุ้นกับรูปทรงใหม่หลังทำ
สิ่งที่ควรทำคือแยกให้ชัดว่าเป็น perception change หรือเป็นปัญหาเชิงกายภาพจริง เช่น เจ็บ รั้ง ผิดรูป คลำได้ก้อน แนวตึง หรือมีผลต่อการใช้งาน หากมีอาการเหล่านี้ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจแก้หรือทำเพิ่ม
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- ADM คือ acellular dermal matrix ที่ถูกนำมาใช้ในบางแนวทางเพื่อเพิ่มเส้นรอบวง แต่ไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับทุกคน
- ความรู้สึกตึง รั้ง หรือเหมือนสั้นลงตอนแข็ง อาจเกิดจากแรงตึงของเนื้อเยื่อ พังผืด การยึดติด หรือการรับรู้รูปร่างที่เปลี่ยนไป
- คำว่า “เหมือนสั้นลง” ไม่เท่ากับความยาวลดลงจริงเสมอไป ต้องวัดและตรวจร่วมกับอาการอื่น
- ถ้าเจ็บมากขึ้น แข็งแล้วผิดรูป คลำได้ก้อน หรือใช้งานไม่สบาย ควรพบแพทย์ ไม่ควรแก้เอง
- การรีบทำซ้ำ เติมเพิ่ม หรือแก้ทันทีโดยยังไม่รู้สาเหตุ อาจทำให้เนื้อเยื่อซับซ้อนขึ้น
- การประเมินควรดูทั้งแผลเดิม เนื้อเยื่อ พังผืด ความรู้สึก การแข็งตัว และความคาดหวังก่อนทำ
สารบัญ
- ADM คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการเพิ่มเส้นรอบวงอย่างไร
- Dragging Effect คืออะไร
- ทำไมบางคนรู้สึกเหมือนสั้นลงตอนแข็ง
- แยกปัญหาทางกายกับความกังวลอย่างไร
- อาการแบบไหนควรเฝ้าดู และแบบไหนควรพบแพทย์
- ถ้าทำ ADM มาแล้วรู้สึกแย่ลง ควรประเมินอะไร
- ทำไมไม่ควรรีบทำซ้ำหรือเติมเพิ่มทันที
- ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ ADM ที่ควรรู้
- อ่านต่อเรื่องทำยาว เพิ่มขนาด และ ADM
- คำถามที่พบบ่อย
ADM คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการเพิ่มเส้นรอบวงอย่างไร
ADM หรือ acellular dermal matrix คือวัสดุเนื้อเยื่อที่ผ่านกระบวนการเอาเซลล์ออก เหลือโครงสร้าง matrix สำหรับใช้ในบางบริบททางศัลยกรรม ในบางประเทศมีการนำ ADM มาใช้เพื่อเพิ่มเส้นรอบวงอวัยวะเพศชาย แต่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัย ภาวะแทรกซ้อน และความพึงพอใจของผู้รับบริการ
สิ่งสำคัญคือ ADM ไม่ควรถูกสื่อสารว่าเป็นวิธีเพิ่มความหนาที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีผิว เนื้อเยื่อ ความยืดหยุ่น แผลเดิม พังผืด และความคาดหวังต่างกัน หากเลือกเคสไม่เหมาะหรือดูแลหลังทำไม่ดี อาจเกิดความไม่สบาย ตึง รั้ง หรือผลลัพธ์ไม่ตรงใจได้

Dragging Effect คืออะไร
Dragging Effect เป็นคำที่ใช้เรียกความรู้สึกตึง รั้ง หรือเหมือนเนื้อเยื่อดึงขณะอวัยวะเพศแข็งตัว หลังการใส่วัสดุหรือการทำหัตถการเพิ่มเส้นรอบวงบางรูปแบบ คนไข้บางรายอาจรู้สึกว่าตอนแข็งตัวขยายได้ไม่เป็นธรรมชาติ หรือมีความตึงบริเวณหนึ่งมากกว่าปกติ
อาการนี้ไม่ได้มีความหมายเดียวเสมอไป บางรายอาจเป็นความตึงช่วงฟื้นตัว บางรายอาจเกี่ยวกับการยึดติดของเนื้อเยื่อ พังผืด การกระจายตัวไม่สมดุล หรือความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความรู้สึกจริงหลังทำ จึงต้องประเมินแบบแยกรายละเอียด
ตึงช่วงฟื้นตัว
บางรายอาจรู้สึกตึงในช่วงแรกหลังทำ และค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะฟื้นตัว หากไม่มีสัญญาณผิดปกติ
รั้งเฉพาะตอนแข็ง
อาจเกี่ยวกับแรงตึงของเนื้อเยื่อ พังผืด หรือการขยายตัวที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อเยื่อเดิม
รู้สึกเหมือนสั้นลง
อาจเป็นการรับรู้จากความตึง รูปทรงใหม่ หรือการขยายตัวที่ไม่เหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องเป็นความยาวลดลงจริง
ใช้งานไม่สบาย
หากเจ็บ รั้ง หรือกระทบการใช้งานจริง ควรเข้ารับการประเมิน ไม่ควรฝืนหรือแก้เอง
ทำไมบางคนรู้สึกเหมือนสั้นลงตอนแข็ง
ความรู้สึกเหมือนสั้นลงหลังใส่ ADM อาจเกิดได้จากหลายเหตุผล ไม่ใช่ทุกกรณีหมายถึงความยาวจริงลดลง ปัญหาสำคัญคือคนไข้มักรับรู้จากความรู้สึกและภาพรวม แต่แพทย์ต้องแยกว่าเป็นเรื่องโครงสร้างจริงหรือเรื่องการรับรู้ที่เปลี่ยนไป
| สาเหตุที่เป็นไปได้ | อธิบายแบบเข้าใจง่าย | สิ่งที่แพทย์ต้องประเมิน |
|---|---|---|
| แรงตึงของเนื้อเยื่อ | เนื้อเยื่อเดิมกับวัสดุที่ใส่อาจขยายตัวไม่เท่ากัน ทำให้รู้สึกดึงหรือรั้ง | ตำแหน่งที่ตึง เจ็บเฉพาะจุดหรือไม่ และสัมพันธ์กับการแข็งตัวอย่างไร |
| พังผืดหรือการยึดติด | เนื้อเยื่ออาจเกิดการยึดติดหรือแข็งบางส่วน ทำให้การขยายตัวไม่เป็นธรรมชาติ | คลำได้ก้อน แนวแข็ง หรือจุดตึงชัดหรือไม่ |
| รูปทรงเปลี่ยน | เมื่อเส้นรอบวงเพิ่มขึ้น รูปทรงและมุมมองอาจเปลี่ยน ทำให้รู้สึกว่าความยาวเด่นน้อยลง | เปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนทำ ถ้ามี และประเมินทั้งตอนปกติ/ตอนแข็ง |
| ED หรือแข็งตัวไม่เต็มที่ | ถ้าแข็งตัวไม่เต็มที่ อาจดูสั้นหรือไม่เต็มเหมือนเดิม | ประเมิน ED, หลอดเลือด, ฮอร์โมน, โรคประจำตัว และยา |
| Expectation mismatch | ผลลัพธ์จริงอาจไม่ตรงกับภาพในใจ ทำให้รับรู้ว่าดูแย่ลงแม้ไม่มีความผิดปกติรุนแรง | ความคาดหวังก่อนทำ ระดับความกังวล และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน |

Dragging Effect ต่างจากความกังวลเรื่องภาพลักษณ์อย่างไร
บางคนมีอาการทางกายจริง เช่น ตึง รั้ง เจ็บ หรือผิดรูปชัดเจน ขณะที่บางคนปัญหาหลักคือความผิดหวังจากผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับภาพในใจ และอีกกลุ่มหนึ่งมีทั้งสองอย่างร่วมกัน คือมีอาการจริงเล็กน้อย แต่ความกังวลต่อภาพลักษณ์ทำให้รับรู้อาการแรงขึ้น
การประเมินที่ดีจึงไม่ควรถามแค่ “รู้สึกสั้นลงไหม” แต่ควรถามต่อว่าเริ่มเมื่อไร เป็นเฉพาะตอนแข็งหรือทั้งตอนปกติ มีอาการเจ็บร่วมไหม รูปร่างเปลี่ยนจริงหรือไม่ และกระทบการใช้งานจริงมากแค่ไหน
ปัญหาทางกาย
มีอาการที่ตรวจได้ เช่น ก้อน แข็ง แนวตึง เจ็บ แผลผิดปกติ หรือทรงเปลี่ยนชัด
ปัญหาการรับรู้
ไม่มีอาการผิดปกติชัด แต่รู้สึกไม่พอใจ รูปทรงไม่ตรงใจ หรือกังวลมากกว่าก่อนทำ
ปัญหาร่วมกัน
มีอาการจริงบางส่วนและมีความกังวลร่วม ทำให้ผลกระทบต่อความมั่นใจสูงขึ้น
ต้องใช้การตรวจจริง
การดูรูปหรือเล่าความรู้สึกอาจไม่พอ ควรตรวจเพื่อแยกสาเหตุและวางแผนดูแล
อาการแบบไหนยังเฝ้าดูได้ และแบบไหนควรพบแพทย์
ถ้าอาการตึงหรือไม่สบายมีเพียงเล็กน้อย และแนวโน้มค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา อาจเฝ้าดูอาการร่วมกับการติดตามตามนัดได้ แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้นหรือกระทบการใช้งานจริง ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม
| อาการ | อาจเฝ้าดูได้เมื่อ | ควรพบแพทย์เมื่อ |
|---|---|---|
| ตึงเล็กน้อย | อาการค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่มีบวมแดง ไม่มีปวดมาก | ตึงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือรั้งชัดเฉพาะตอนแข็ง |
| รู้สึกเหมือนสั้นลง | ไม่มีเจ็บ ไม่มีทรงผิดปกติ และยังไม่ได้วัดเปรียบเทียบจริง | รู้สึกสั้นลงร่วมกับเจ็บ รั้ง แข็งแล้วผิดรูป หรือใช้งานไม่สบาย |
| คลำได้ก้อนหรือแนวแข็ง | ไม่ควรสรุปเอง ควรบันทึกตำแหน่งและติดตาม | ก้อนแข็งชัด กดเจ็บ โตขึ้น หรือสัมพันธ์กับการผิดรูป |
| แผลหรือผิวผิดปกติ | ไม่ควรเฝ้าดูนานหากมีสัญญาณอักเสบ | บวมแดงร้อน มีหนอง ปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี หรือมีไข้ |

ถ้าทำ ADM มาแล้วรู้สึกแย่ลง ควรเริ่มประเมินอะไรบ้าง
จุดเริ่มต้นไม่ใช่การรีบแก้หรือทำซ้ำ แต่คือการเก็บข้อมูลให้ชัดก่อนว่าอาการเป็นแบบไหน เริ่มเมื่อไร เป็นเฉพาะตอนแข็งหรือทั้งตอนปกติ มีความเจ็บร่วมไหม มีทรงผิดรูปหรือไม่ คลำได้ก้อนหรือแนวตึงหรือเปล่า และสิ่งที่กังวลที่สุดคือเรื่องความรู้สึก รูปร่าง หรือการใช้งานจริง
ประวัติการทำ
ทำเมื่อไร ใช้วัสดุอะไร ปริมาณเท่าไร มีภาวะแทรกซ้อนช่วงแรกหรือไม่
ลักษณะอาการ
ตึง รั้ง เจ็บ เหมือนสั้นลง ทรงเปลี่ยน หรือมี ED ร่วมด้วยหรือไม่
ตำแหน่งผิดปกติ
คลำได้ก้อน แนวแข็ง จุดกดเจ็บ หรือบริเวณที่รั้งมากกว่าจุดอื่นหรือไม่
การแข็งตัว
แข็งตัวเต็มที่เท่าเดิมหรือไม่ หากไม่เต็ม อาจทำให้ดูสั้นลงหรือรู้สึกแย่ลง
ผลต่อการใช้งาน
อาการรบกวนชีวิตจริงหรือไม่ หรือเป็นความกังวลจากภาพลักษณ์เป็นหลัก
ความคาดหวังเดิม
ก่อนทำคาดหวังอะไรไว้ และผลลัพธ์จริงต่างจากที่คิดในจุดไหน

ทำไมไม่ควรรีบทำซ้ำหรือเติมเพิ่มทันที
เมื่อคนไข้รู้สึกว่าไม่พอใจหลังทำ ADM หลายคนอาจคิดว่า “เติมเพิ่ม” หรือ “แก้ทันที” จะช่วยให้ดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร การทำซ้ำอาจเพิ่มพังผืด ทำให้เนื้อเยื่อซับซ้อนขึ้น หรือทำให้การแก้ไขในอนาคตยากกว่าเดิม
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือประเมินก่อนว่าอาการเกิดจากการฟื้นตัวปกติ การยึดติด พังผืด การกระจายตัวไม่สมดุล ED หรือ expectation mismatch แล้วค่อยวางแผนว่าจะเฝ้าดู ปรับการดูแล ตรวจเพิ่มเติม หรือพิจารณาแก้ไขเป็นขั้นตอน
ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ ADM ที่ควรรู้
ADM อาจถูกนำเสนอว่าเป็นวัสดุเพิ่มเส้นรอบวง แต่ข้อมูลทางวิชาการหลายแหล่งรายงานภาวะแทรกซ้อนที่ควรรับรู้ เช่น อาการไม่สบายตอนแข็ง แผลหายช้า เลือดคั่ง บวม ติดเชื้อ ผิวบางส่วนเสียหาย ผลลัพธ์เพิ่มขนาดไม่ชัด หรือความพึงพอใจไม่ตรงคาดหวัง
| ความเสี่ยง/ข้อจำกัด | อาจเกิดขึ้นอย่างไร | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ตึงหรือรั้งตอนแข็ง | อาจเกี่ยวกับแรงตึงของเนื้อเยื่อ พังผืด หรือการขยายตัวไม่สมดุล | ประเมินตำแหน่งที่ตึงและผลต่อการใช้งานจริง |
| บวม เลือดคั่ง แผลหายช้า | เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังหัตถการ | ติดตามอาการและพบแพทย์หากบวม/ปวด/เลือดออกผิดปกติ |
| ติดเชื้อหรือแผลผิดปกติ | อาจมีบวมแดงร้อน หนอง เจ็บมาก หรือมีไข้ | ควรรีบประเมิน ไม่ควรรักษาเองหรือปล่อยให้ลุกลาม |
| ผลลัพธ์ไม่ตรงคาดหวัง | รูปร่าง ความรู้สึก หรือความหนาอาจไม่ตรงกับภาพในใจ | ควรวัดผลจริงและแยก physical issue ออกจาก perception issue |
| ต้องเอาวัสดุออกในบางราย | บางภาวะแทรกซ้อนอาจจำเป็นต้องแก้ไขมากกว่าการเฝ้าดู | ต้องให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและแผนรักษาเฉพาะราย |
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
“เหมือนสั้นลง” = สั้นลงจริงเสมอ
ไม่จำเป็น ต้องประเมินการวัดจริง อาการทางกาย และการรับรู้ของคนไข้ร่วมกัน
Dragging Effect ต้องเกิดกับทุกคน
ไม่จริง อาการและความรุนแรงแตกต่างกันมากในแต่ละคน
เจ็บหรือตึงต้องรีบแก้ทันที
ไม่เสมอไป บางอาการอาจเฝ้าดูได้ แต่ถ้าเจ็บมากหรือรบกวนการใช้งานควรตรวจ
ไม่พอใจแล้วเติมเพิ่มจะดีขึ้น
ไม่ควรรีบเติมหรือทำซ้ำก่อนรู้สาเหตุ เพราะอาจทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น
สรุป: Dragging Effect หลังใส่ ADM ต้องประเมินให้ถูกก่อนแก้
ใส่ ADM แล้วตึง รั้ง หรือรู้สึกเหมือนสั้นลงตอนแข็ง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความตึงช่วงฟื้นตัว พังผืด การยึดติด การกระจายตัวของเนื้อเยื่อ ไปจนถึงความคาดหวังที่ไม่ตรงกับผลลัพธ์จริง จึงไม่ควรสรุปเองว่าความยาวลดลงหรือควรรีบแก้ทันที
ทางที่ปลอดภัยคือเก็บข้อมูลอาการ วัดผลอย่างเป็นระบบ ตรวจหาจุดตึง ก้อน แผลผิดปกติ และประเมิน ED หรือปัจจัยร่วมก่อนวางแผนดูแล หากมีอาการเจ็บมาก ผิดรูป หรือกระทบการใช้งาน ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินรายบุคคล
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์
ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
Xu et al. Complications and Management of Penile Girth Enhancement with Acellular Dermal Matrix,
ISSM: Acellular Dermal Matrix Not Recommended for Penile Girth Enhancement,
American Urological Association: Penile Augmentation Surgery Statement,
Complications and management of penile enhancement procedures,
Human Acellular Dermal Matrix Augmentation Phalloplasty Surgery และ
Journal of Sexual Medicine: ADM penile girth enhancement complications
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dragging Effect หลังใส่ ADM
ใส่ ADM แล้วรู้สึกตึงตอนแข็ง เป็นเรื่องปกติไหม?
อาจพบความรู้สึกตึงหรือไม่สบายได้ในบางคน โดยเฉพาะช่วงฟื้นตัว แต่ต้องดูแนวโน้มของอาการ หากอาการค่อย ๆ ดีขึ้นอาจติดตามตามนัดได้ แต่ถ้าเจ็บมากขึ้น รั้งมากขึ้น หรือกระทบการใช้งาน ควรพบแพทย์
ทำไมบางคนรู้สึกเหมือนสั้นลงตอนแข็งหลังใส่ ADM?
อาจมาจากแรงตึงของเนื้อเยื่อ การยึดติด พังผืด การกระจายตัวของวัสดุ หรือการรับรู้ว่าการขยายตัวตอนแข็งไม่เหมือนเดิม ไม่ได้แปลว่าสั้นลงจริงทุกกรณี
Dragging Effect หมายถึงความยาวลดลงจริงหรือไม่?
ไม่จำเป็น ต้องแยกระหว่างความรู้สึกของคนไข้กับการประเมินจริงทางกายภาพ บางคนรู้สึกว่าภาพรวมแย่ลงเพราะตึงหรือรั้ง แต่เมื่อตรวจแล้วอาจไม่ได้มีการลดลงของความยาวจริง
ถ้ามีอาการรั้งหลังทำ ADM ควรรอดูหรือรีบพบแพทย์?
ขึ้นกับความรุนแรง หากเป็นเล็กน้อยและดีขึ้นตามเวลาอาจติดตามตามนัดได้ แต่ถ้าเจ็บมาก แข็งตัวแล้วผิดรูป คลำได้ก้อน แผลผิดปกติ หรือกระทบคุณภาพชีวิต ควรพบแพทย์
ถ้าไม่พอใจหลังใส่ ADM ควรรีบทำซ้ำหรือเติมเพิ่มไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรรีบทำซ้ำหรือเติมเพิ่มก่อนรู้สาเหตุ เพราะอาจทำให้พังผืดหรือปัญหาเนื้อเยื่อซับซ้อนขึ้น ควรเริ่มจากการประเมินก่อนเสมอ
ADM มีภาวะแทรกซ้อนอะไรที่ควรรู้?
อาจมีอาการไม่สบายตอนแข็ง แผลหายช้า เลือดคั่ง บวม ติดเชื้อ ผิวผิดปกติ ผลลัพธ์ไม่ชัด หรือความพึงพอใจไม่ตรงคาดหวังในบางราย จึงควรประเมินความเสี่ยงก่อนทำ
ถ้าคลำได้ก้อนหรือแนวแข็งหลังใส่ ADM ควรทำอย่างไร?
ควรบันทึกตำแหน่ง อาการร่วม และเข้ารับการประเมิน ไม่ควรนวดแรง กด ดึง หรือพยายามแก้เอง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บหรืออักเสบมากขึ้น
ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยอธิบายอาการตึง รั้ง หรือเหมือนสั้นลงหลังใส่ ADM เพื่อเพิ่มเส้นรอบวง รวมถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ อาการที่ควรเฝ้าดู อาการที่ควรพบแพทย์ และข้อควรระวังก่อนแก้ไขหรือทำซ้ำ
ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการเจ็บมาก ผิดรูป คลำได้ก้อน แผลผิดปกติ หรือกังวลมากจนกระทบชีวิต ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง
ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458
หลังใส่ ADM แล้วรู้สึกตึง รั้ง หรือเหมือนสั้นลง ควรแยกให้ได้ว่าเป็นอาการทางกายจริง ความรู้สึกจากรูปทรงที่เปลี่ยนไป หรือปัญหา ED ร่วมด้วย การรีบแก้หรือทำซ้ำก่อนประเมินอาจทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น ควรตรวจและวางแผนเป็นขั้นตอน
ใส่ ADM แล้วตึง รั้ง หรือรู้สึกเหมือนสั้นลง?
เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากแรงตึง พังผืด การยึดติด รูปทรง ED หรือความคาดหวังที่ไม่ตรงกับผลลัพธ์จริง ก่อนตัดสินใจแก้หรือทำซ้ำ


รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
วิธีใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง ป้องกันหลุด แตก และลดความเสี่ยงทางเพศ
ถุงยางอนามัยเป็
PSA คืออะไร ใช้ตรวจอะไร และเกี่ยวกับต่อมลูกหมากอย่างไร
PSA คือโปรตีนที
คู่มือความปลอดภัยก่อนเลือกใช้อุปกรณ์สุขภาพทางเพศ
หลายคนเริ่มจากค
เซ็กซ์ทอยสำหรับมือใหม่แบบไหนดี? คู่มือเลือก sex toy ให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น
หลายคนเริ่มจากค
10 เทคนิคเพิ่มความรู้สึกตอนมีเพศสัมพันธ์
ความรู้สึกระหว่
ท่าร่วมเพศที่ช่วยให้ไม่เจ็บเมื่ออวัยวะเพศโค้งงอ
อาการเจ็บระหว่า
หนองในมีกี่แบบ เป็นแล้วรักษาให้หายขาดได้ไหม
โรคติดต่อทางเพศ
อวัยวะเพศโค้งธรรมชาติ กับโค้งจากโรค ต่างกันยังไง
หลายคนอาจเคยสัง