ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม? คำตอบแบบแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ฝังมุก


หลายคนที่ค้นหาคำว่า ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม มักต้องการรู้ว่าการฝังมุกช่วยเพิ่มความรู้สึกได้จริงหรือไม่ ทำแล้วคู่รู้สึกแตกต่างไหม และคุ้มกับความเสี่ยงหรือเปล่า

คำตอบที่ปลอดภัยคือ “อาจรู้สึกแตกต่างได้ในบางคน แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเสียวขึ้นหรือดีขึ้นทุกเคส” เพราะความรู้สึกทางเพศขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งตำแหน่ง ขนาด วัสดุ ความหนาของผิวหนัง แผลเป็น ความกังวล ความเจ็บ และความสบายของทั้งสองฝ่าย

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม?

ฝังมุกอาจทำให้ “ความรู้สึกขณะใช้งานแตกต่างไป” ในบางคน แต่ไม่ควรสรุปว่าเสียวขึ้นหรือดีขึ้นแน่นอนทุกคน เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับตำแหน่งและรูปแบบการฝัง ความเหมาะสมของเนื้อเยื่อ การดูแลแผล และความสบายของทั้งผู้ทำและคู่

ในทางการแพทย์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคำโฆษณาคือความเสี่ยง เช่น เจ็บ แผลติดเชื้อ บวม อักเสบ แผลเป็น ก้อนนูนผิดรูป ระคายเคืองคู่ หรือในบางเคสอาจต้องผ่าตัดเอาออกหากเกิดปัญหา จึงควรประเมินกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ก่อนตัดสินใจฝังมุก

  • ฝังมุกไม่ได้รับประกันว่าความรู้สึกจะดีขึ้นหรือเสียวขึ้นทุกคน
  • บางคนอาจรู้สึกต่างขึ้น แต่บางคนอาจรู้สึกเจ็บ ตึง ระคาย หรือไม่สบายหลังทำ
  • ความรู้สึกของคู่ไม่สามารถคาดเดาได้แน่นอน บางรายอาจไม่ชอบหรือรู้สึกระคายเคือง
  • การฝังวัตถุใต้ผิวหนังมีความเสี่ยงเรื่องติดเชื้อ แผลเป็น ก้อนนูน อักเสบ หรือปัญหาระยะยาว
  • ไม่ควรฝังเองหรือทำกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อ
  • ควรเลือกวัสดุ ตำแหน่ง และจำนวนตามการประเมินจริง ไม่ใช่เลือกจากรีวิวหรือความเชื่อเพียงอย่างเดียว
  • ถ้ามีแผลเดิม สารแปลกปลอม ผิวหนังอักเสบ โรคประจำตัว หรือประวัติติดเชื้อง่าย ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

สารบัญ

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ทำไมคนถึงถามว่าฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม

การฝังมุกเป็นการฝังวัตถุขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชาย หลายคนสนใจเพราะได้ยินว่าอาจทำให้มีสัมผัสที่แตกต่างขึ้น หรือช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านรูปลักษณ์ แต่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมักปะปนระหว่างประสบการณ์ส่วนตัว ความเชื่อ และคำโฆษณา

ประเด็นสำคัญคือ ความรู้สึกทางเพศเป็นเรื่องที่แตกต่างกันมากในแต่ละคน และไม่ได้ขึ้นกับมุกเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวกับความสบาย ความมั่นใจ ความเจ็บ แผลเป็น ความคาดหวัง การสื่อสารกับคู่ และสุขภาพทางเพศโดยรวม

หลักคิดสำคัญ: คำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่ “ฝังแล้วเสียวขึ้นไหม” แต่ควรถามว่า “เคสนี้เหมาะกับการฝังไหม เสี่ยงอะไร และถ้าไม่ชอบหรือมีปัญหาจะดูแลอย่างไร”
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ความรู้สึกหลังฝังมุกเปลี่ยนได้จากอะไร

ความรู้สึกหลังฝังมุกอาจเปลี่ยนได้จากหลายปัจจัย เช่น ขนาดของมุก จำนวน ตำแหน่งที่วาง ความหนาของผิวหนัง การเคลื่อนไหวของผิวหนัง แผลเป็นหลังทำ และความไวต่อการสัมผัสของแต่ละคน

บางคนอาจรู้สึกว่ามีสัมผัสที่ชัดขึ้น แต่บางคนอาจรู้สึกตึง เจ็บ ระคาย หรือไม่สบาย โดยเฉพาะถ้ามุกอยู่ในตำแหน่งที่กดทับ เนื้อเยื่อไม่เหมาะสม หรือเกิดพังผืด/แผลเป็นหลังทำ

ปัจจัย อาจส่งผลอย่างไร ข้อควรระวัง
ตำแหน่งฝัง ตำแหน่งที่ต่างกันอาจทำให้สัมผัสและแรงกดแตกต่างกัน ตำแหน่งไม่เหมาะอาจทำให้เจ็บ ระคาย หรือกดทับเนื้อเยื่อ
ขนาดและจำนวน ขนาด/จำนวนมากขึ้นอาจทำให้รู้สึกชัดขึ้น แต่ก็เพิ่มแรงกดและความเสี่ยง ไม่ควรเลือกจำนวนมากจากความเชื่อว่า “มากกว่า = ดีกว่า”
วัสดุ วัสดุที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ระคาย เคลื่อน อักเสบ หรือเกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อ ควรใช้วัสดุที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมและปลอดภัย
แผลและพังผืด แผลเป็นหรือพังผืดอาจทำให้ตึง เจ็บ หรือรูปร่างไม่เรียบ ต้องติดตามหลังทำ และพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

ทำไมจึงไม่ควรรับประกันว่าเสียวขึ้นทุกคน

ไม่มีแพทย์ที่ควรรับประกันผลด้านความรู้สึกว่า “ดีขึ้นแน่นอนทุกคน” เพราะการรับรู้ทางเพศเป็นผลรวมของร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ ความคาดหวัง และความสบายขณะใช้งาน ไม่ใช่ผลจากมุกเพียงอย่างเดียว

ในบางคน การมีวัตถุใต้ผิวหนังอาจทำให้รู้สึกแตกต่าง แต่ถ้าเกิดแผลเป็น ติดเชื้อ เจ็บ หรือกังวลมากขึ้น ผลลัพธ์อาจตรงข้ามกับที่คาดหวังได้ ดังนั้นควรประเมินแบบรายบุคคลและเข้าใจทั้งประโยชน์ที่คาดหวังกับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

ความรู้สึกเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

คนสองคนทำตำแหน่งใกล้เคียงกัน อาจได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน เพราะผิวหนัง เส้นประสาท และความคาดหวังต่างกัน

ผลลัพธ์ขึ้นกับการหายของแผล

ถ้าแผลหายดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาจรู้สึกสบายกว่าเคสที่เกิดแผลเป็น ติดเชื้อ หรือก้อนแข็งผิดรูป

ควรระวังคำโฆษณา: หลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากคำว่า “เสียวขึ้นแน่นอน” “คู่ติดใจแน่นอน” หรือ “ไม่มีความเสี่ยง” เพราะเป็นการสื่อสารที่เกินจริงและไม่เหมาะกับข้อมูลทางการแพทย์
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ความรู้สึกของคู่คาดเดาได้ไหม

ความรู้สึกของคู่ไม่สามารถคาดเดาหรือรับประกันได้ เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อสัมผัส แรงกด และความสบายแตกต่างกัน บางคู่รู้สึกเฉย ๆ บางคู่รู้สึกไม่สบายหรือระคายเคือง และบางคู่กังวลเรื่องความปลอดภัยหรือโรคติดต่อมากกว่าความรู้สึกทางกาย

หากคิดจะฝังมุกเพื่อหวังผลต่อคู่ ควรคุยกันอย่างเปิดเผย เคารพความสบายของกันและกัน และเข้าใจว่าหากคู่รู้สึกเจ็บ ระคาย หรือไม่สบาย ควรหยุดใช้งานและปรึกษาแพทย์ ไม่ควรฝืน

สิ่งที่ควรเข้าใจ เหตุผล แนวทางปลอดภัย
คู่ไม่จำเป็นต้องชอบเสมอไป ความสบายและความรู้สึกของแต่ละคนต่างกัน คุยก่อนตัดสินใจ และเคารพการตอบสนองของคู่
อาจเกิดการระคายเคืองได้ แรงกดหรือความนูนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายในบางคน หากมีเจ็บหรือระคาย ควรหยุดและประเมิน
ยังต้องป้องกันโรคติดต่อ การฝังมุกไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ใช้วิธีป้องกันที่เหมาะสมและตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนฝังมุก

การฝังมุกเป็นการใส่วัตถุใต้ผิวหนัง จึงมีความเสี่ยงเหมือนการทำหัตถการที่เกี่ยวกับผิวหนังและเนื้อเยื่อ เช่น ติดเชื้อ เลือดออก บวม เจ็บ แผลเป็น ก้อนแข็ง พังผืด วัสดุเคลื่อน หรือผลลัพธ์ไม่ตรงความคาดหวัง

งานรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับ pearling และ subcutaneous penile modifications พบความเสี่ยงได้ตั้งแต่บาดเจ็บเฉียบพลัน แผลติดเชื้อ ฝี เจ็บขณะแข็งตัว ไปจนถึงแผลเป็นหรือปัญหาเนื้อเยื่อระยะยาวในบางราย

  • ติดเชื้อหรือมีหนองบริเวณแผล
  • บวมแดง ร้อน เจ็บมาก หรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • เลือดออก แผลแยก หรือแผลหายช้า
  • เกิดก้อนแข็ง พังผืด หรือผิวไม่เรียบ
  • มุกเคลื่อนตำแหน่งหรือกดทับเนื้อเยื่อ
  • เจ็บหรือไม่สบายขณะใช้งาน
  • คู่รู้สึกระคายเคืองหรือไม่สบาย
  • ต้องผ่าตัดเอาออกหากเกิดปัญหา
ควรพบแพทย์ทันที: หากมีไข้ ปวดมาก บวมแดงร้อน มีหนอง เลือดออกมาก แผลแยก หรือมีก้อนผิดปกติที่โตเร็ว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือแกะก้อนเอง
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ใครควรระวังหรือควรประเมินเพิ่มก่อนฝังมุก

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการฝังมุก บางคนควรประเมินละเอียดก่อน เพราะมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเรื่องแผล การติดเชื้อ หรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงพอใจ

กลุ่มที่ควรระวัง เหตุผล ควรทำอย่างไร
มีแผลหรือผิวหนังอักเสบอยู่แล้ว เสี่ยงติดเชื้อและแผลหายช้า รักษาอักเสบให้หายก่อน และให้แพทย์ประเมิน
เคยฉีดสารแปลกปลอมมาก่อน อาจมีพังผืด ก้อน หรือเนื้อเยื่อผิดปกติ ต้องประเมินโครงสร้างเดิมก่อนวางแผน
เป็นเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อและแผลหายช้า ควบคุมโรคและแจ้งแพทย์ก่อนทำ
คาดหวังผลด้านความรู้สึกแบบแน่นอน ผลลัพธ์ด้านความรู้สึกคาดเดาไม่ได้ ควรรับคำปรึกษาเรื่องข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
คู่ไม่สบายใจหรือไม่ยินยอม ความสบายของคู่เป็นปัจจัยสำคัญ ควรคุยกันก่อน และไม่ควรทำเพื่อกดดันอีกฝ่าย
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ก่อนฝังมุก แพทย์ควรประเมินอะไร

การประเมินก่อนทำควรดูทั้งความต้องการ ความคาดหวัง สุขภาพผิวหนัง แผลเดิม ตำแหน่งที่เหมาะสม วัสดุที่ใช้ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพื่อป้องกันการทำหัตถการเกินความจำเป็นหรือเลือกตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

1. ความคาดหวัง

ควรถามชัดว่าอยากทำเพื่ออะไร รูปลักษณ์ ความมั่นใจ หรือความรู้สึก และเข้าใจข้อจำกัดหรือไม่

2. สภาพผิวและแผลเดิม

ตรวจว่ามีอักเสบ แผลเป็น พังผืด ก้อน หรือสารแปลกปลอมเดิมหรือไม่

3. ตำแหน่งและจำนวน

ประเมินว่าตำแหน่งใดเสี่ยงกดทับ ระคาย หรือเกิดปัญหาหลังทำ

4. ความเสี่ยงสุขภาพ

ถามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติแพ้ยา เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือประวัติติดเชื้อง่าย

อ่านต่อหน้า Pillar หลัก: สำหรับภาพรวมเรื่องฝังมุก ขั้นตอน ข้อควรรู้ และการประเมินก่อนทำ อ่านต่อที่ ฝังมุก

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

หลังฝังมุกควรดูแลอย่างไร

การดูแลหลังทำมีผลต่อแผลและความเสี่ยงติดเชื้ออย่างมาก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่แกะ ไม่กด ไม่บิด ไม่ฝืนใช้งานก่อนแผลสมาน และกลับมาตรวจตามนัด

  • ดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์ และรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการเสียดสีหรือแรงกดทับบริเวณแผลในช่วงแรก
  • ไม่แกะ บีบ ดัน หรือพยายามขยับตำแหน่งมุกเอง
  • งดกิจกรรมที่รบกวนแผลจนกว่าแพทย์ประเมินว่าแผลสมานดี
  • กลับมาตรวจตามนัดเพื่อดูแผล ตำแหน่ง และอาการผิดปกติ
  • หากมีอาการปวดมาก บวมแดงร้อน มีหนอง หรือไข้ ควรติดต่อแพทย์ทันที
ไม่ควรทำ: ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาทาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และไม่ควรแกะหรือผ่าเอามุกออกเอง เพราะเสี่ยงติดเชื้อและแผลเสียรูป
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฝังมุก

เข้าใจผิดว่า “ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นทุกคน”

ไม่จริง ผลลัพธ์ด้านความรู้สึกแตกต่างกันมาก บางคนอาจรู้สึกดีขึ้น บางคนอาจเจ็บหรือไม่สบาย

เข้าใจผิดว่า “ยิ่งเยอะยิ่งดี”

จำนวนมากขึ้นอาจเพิ่มแรงกด ความเสี่ยงก้อน พังผืด และความไม่สบาย จึงควรประเมินอย่างพอดี

เข้าใจผิดว่า “ทำที่ไหนก็เหมือนกัน”

ไม่เหมือนกัน ความสะอาด วัสดุ เทคนิค แพทย์ และการดูแลหลังทำมีผลต่อความเสี่ยงมาก

เข้าใจผิดว่า “ไม่มีทางต้องเอาออก”

บางเคสอาจต้องเอาออกหากติดเชื้อ เจ็บ เคลื่อน กดทับ หรือทำให้ไม่สบายระยะยาว

สรุป ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม

ฝังมุกอาจทำให้ความรู้สึกหรือสัมผัสแตกต่างขึ้นในบางคน แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเสียวขึ้นหรือดีขึ้นทุกคน เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับตำแหน่ง วัสดุ ขนาด จำนวน เนื้อเยื่อ แผลหลังทำ ความสบายของผู้ทำและคู่ รวมถึงความคาดหวังส่วนบุคคล

ก่อนตัดสินใจควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสม อธิบายความเสี่ยง และวางแผนอย่างปลอดภัย โดยไม่ควรตัดสินจากคำโฆษณา รีวิว หรือความเชื่อที่รับประกันผลเกินจริง

ลิงก์กลับ Pillar: สำหรับภาพรวมเรื่องฝังมุก วัสดุ เทคนิค ข้อดีข้อจำกัด และการประเมินก่อนทำ อ่านต่อที่ ฝังมุก

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

บทความนี้เรียบเรียงเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพเพศชายและการฝังวัตถุใต้ผิวหนัง ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนรักษาโดยแพทย์ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
Visual Diagnosis: Pearling,
Complications of Subcutaneous Penile Modifications,
A Case Report on Pearling,
Penile Beading: Clinical Discussion และ
MedlinePlus: Men’s Health

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม

ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม?

อาจรู้สึกแตกต่างได้ในบางคน แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเสียวขึ้นหรือดีขึ้นทุกคน เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด วัสดุ เนื้อเยื่อ แผลหลังทำ และความสบายของทั้งผู้ทำและคู่

ฝังมุกช่วยให้คู่รู้สึกดีขึ้นแน่นอนไหม?

ไม่แน่นอน ความรู้สึกของคู่แตกต่างกันมาก บางรายอาจไม่รู้สึกต่าง บางรายอาจรู้สึกไม่สบายหรือระคายเคือง จึงไม่ควรคาดหวังหรือรับประกันผลแทนคู่

ฝังมุกอันตรายไหม?

มีความเสี่ยงได้ เช่น ติดเชื้อ บวม เจ็บ แผลเป็น ก้อนแข็ง พังผืด วัสดุเคลื่อน หรือในบางกรณีต้องผ่าตัดเอาออก ความเสี่ยงขึ้นกับวัสดุ เทคนิค ความสะอาด และการดูแลหลังทำ

ฝังมุกแล้วเจ็บไหม?

ระหว่างทำมักมีการใช้ยาชาตามดุลยพินิจแพทย์ หลังทำอาจมีตึง บวม หรือเจ็บได้ในช่วงแรก หากปวดมากขึ้น บวมแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันที

ฝังมุกแล้วถ้าไม่ชอบ เอาออกได้ไหม?

ในบางกรณีสามารถผ่าตัดเอาออกได้ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องง่ายเสมอไป เพราะอาจมีพังผืด แผลเป็น หรือการยึดติดของเนื้อเยื่อ จึงควรคิดให้รอบคอบก่อนทำตั้งแต่แรก

ควรฝังมุกกี่เม็ดดี?

ไม่ควรกำหนดจากรีวิวหรือความเชื่อว่าเยอะกว่าดีกว่า จำนวนและตำแหน่งควรประเมินจากสภาพผิวหนัง เนื้อเยื่อ ความเสี่ยง และเป้าหมายของแต่ละคนโดยแพทย์

ฝังมุกเองได้ไหม?

ไม่ควรทำเองหรือทำกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะเสี่ยงติดเชื้อ เลือดออก บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ แผลเสียรูป และเกิดปัญหาระยะยาวที่แก้ไขยาก

ก่อนฝังมุกควรถามแพทย์อะไรบ้าง?

ควรถามว่าเคสของเราเหมาะกับการฝังไหม ใช้วัสดุอะไร วางตำแหน่งอย่างไร ความเสี่ยงคืออะไร ต้องดูแลแผลกี่วัน ถ้าเกิดติดเชื้อหรือไม่พอใจจะแก้ไขอย่างไร และควรหลีกเลี่ยงอะไรหลังทำ

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้ที่สงสัยว่า “ฝังมุกแล้วเสียวขึ้นจริงไหม” โดยเน้นการอธิบายอย่างปลอดภัยว่า ผลด้านความรู้สึกไม่สามารถรับประกันได้ และควรชั่งน้ำหนักร่วมกับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ หากสนใจฝังมุกหรือเคยฝังแล้วมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสมและปลอดภัย

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458

การประเมินก่อนฝังมุกควรดูความคาดหวัง สภาพผิวหนัง แผลเดิม พังผืด วัสดุ ตำแหน่ง จำนวน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยและไม่คาดหวังผลเกินจริง

สนใจฝังมุก แต่ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหม?

เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูสภาพเนื้อเยื่อ ความเสี่ยง วัสดุ ตำแหน่ง และความคาดหวังที่เหมาะสม ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *