การดูแลอวัยวะเพศชายไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดภายนอก แต่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัย การป้องกันกลิ่น คัน อักเสบ หนังหุ้มปลายตีบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสุขภาพผู้ชายโดยรวม
บทความนี้สรุปวิธีดูแลน้องชายให้แข็งแรงอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การล้างที่ถูกต้อง การดูแลหนังหุ้มปลาย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคือง ไปจนถึงอาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์ โดยไม่ใช้ภาษาขายเกินจริงและไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เองโดยไม่ตรวจสาเหตุ

ดูแลน้องชายอย่างไรให้ห่างไกลโรค?
ดูแลน้องชายให้แข็งแรงเริ่มจากการล้างอย่างอ่อนโยนทุกวัน เช็ดให้แห้ง ไม่ใช้สบู่แรง ๆ ไม่ปล่อยให้อับชื้น และสังเกตอาการผิดปกติ ถ้ามีหนังหุ้มปลาย ควรดึงเปิดอย่างนุ่มนวลเท่าที่ทำได้โดยไม่ฝืน แล้วล้างบริเวณใต้หนังหุ้มปลายด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง
สิ่งที่ต้องระวังคืออาการคัน แสบ บวม แดง มีกลิ่นผิดปกติ มีคราบมาก เจ็บเวลาปัสสาวะ หรือรูดหนังหุ้มปลายไม่ได้ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ การติดเชื้อ หนังหุ้มปลายตีบ โรคผิวหนัง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรพบแพทย์แทนการซื้อยามาทาเอง
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- ล้างอวัยวะเพศชายทุกวันด้วยน้ำสะอาดหรือตัวทำความสะอาดที่อ่อนโยน และเช็ดให้แห้งทุกครั้ง
- ถ้ามีหนังหุ้มปลาย ควรทำความสะอาดใต้หนังหุ้มปลายอย่างนุ่มนวล ไม่ฝืนดึงจนเจ็บหรือฉีก
- หลีกเลี่ยงสบู่แรง น้ำหอม แป้ง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวบริเวณอวัยวะเพศระคายเคือง
- ความอับชื้น เหงื่อ และการทำความสะอาดไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดกลิ่น คัน หรืออักเสบซ้ำได้
- การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ป้องกันได้ 100%
- ถ้ามีอาการบวม แดง คัน ปวด มีหนอง แผล ผื่น หรือปัสสาวะแสบขัด ควรพบแพทย์
สารบัญ
- ทำไมผู้ชายควรใส่ใจสุขอนามัยน้องชาย
- วิธีทำความสะอาดอวัยวะเพศชายที่ถูกต้อง
- ถ้ามีหนังหุ้มปลาย ต้องดูแลอย่างไร
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้ระคายเคือง
- ดูแลสุขภาพผู้ชายให้ส่งผลดีต่อน้องชาย
- อาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์
- ปัญหาที่พบบ่อยจากสุขอนามัยไม่เหมาะสม
- เรื่องที่มักเข้าใจผิด
- อ่านต่อเรื่องสุขภาพเพศชาย
- คำถามที่พบบ่อย

ทำไมผู้ชายควรใส่ใจสุขอนามัยน้องชาย
อวัยวะเพศชายเป็นบริเวณที่มีผิวบอบบาง มีเหงื่อ ความอับชื้น การเสียดสี และอาจมีคราบสะสมได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีหนังหุ้มปลาย หากละเลยการทำความสะอาด อาจเกิดกลิ่น คัน ระคายเคือง หรือการอักเสบของปลายอวัยวะเพศและหนังหุ้มปลายได้
การดูแลสุขอนามัยที่ดีไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพผู้ชาย ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาผิวหนัง อาการอักเสบซ้ำ และช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น เช่น แผล ผื่น ก้อน บวม แดง หรืออาการปัสสาวะผิดปกติ

วิธีทำความสะอาดอวัยวะเพศชายที่ถูกต้อง
การทำความสะอาดควรเน้นความอ่อนโยนมากกว่าการขัดแรง เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางและระคายเคืองง่าย การล้างมากเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์แรงเกินไปอาจทำให้ผิวแห้ง แสบ คัน หรืออักเสบได้
ล้างด้วยน้ำสะอาดทุกวัน
ล้างภายนอกด้วยน้ำสะอาดระหว่างอาบน้ำ หากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควรเลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีกลิ่นแรง และล้างออกให้หมด
เช็ดให้แห้งหลังล้าง
ความอับชื้นเป็นปัจจัยที่ทำให้คัน มีกลิ่น และเกิดการระคายเคืองได้ง่าย หลังอาบน้ำหรือออกกำลังกายควรเช็ดให้แห้ง
เปลี่ยนกางเกงในทุกวัน
ควรเลือกกางเกงในที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นเกินไป และเปลี่ยนทันทีหากเปียกเหงื่อมาก
ล้างมือก่อนสัมผัส
ล้างมือก่อนปัสสาวะหรือสัมผัสอวัยวะเพศ ลดโอกาสนำเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกไปสัมผัสผิวบริเวณที่บอบบาง

ถ้ามีหนังหุ้มปลาย ต้องดูแลอย่างไร
ผู้ชายที่ยังมีหนังหุ้มปลายควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดใต้หนังหุ้มปลาย เพราะอาจมีคราบ เหงื่อ หรือความอับชื้นสะสมได้ง่าย วิธีที่เหมาะสมคือดึงหนังหุ้มปลายเปิดอย่างนุ่มนวลเท่าที่เปิดได้โดยไม่เจ็บ ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งก่อนรูดหนังหุ้มปลายกลับเข้าที่
หากรูดเปิดไม่ได้ รูดแล้วเจ็บ หนังหุ้มปลายตึง ฉีกง่าย หรือเกิดการอักเสบซ้ำ ไม่ควรฝืนดึงแรง ๆ เพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือหนังหุ้มปลายรัดค้างได้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็นภาวะปกติตามวัย หนังหุ้มปลายตีบ หรือมีปัญหาอื่นร่วมด้วย
ทำอย่างนุ่มนวล
เปิดเท่าที่เปิดได้โดยไม่เจ็บ ไม่ฝืน ไม่กระชาก และไม่ใช้ของแข็งหรืออุปกรณ์ใด ๆ ช่วยงัด
ล้างแล้วเช็ดให้แห้ง
หลังล้างควรเช็ดให้แห้ง ลดการอับชื้นและคราบสะสมที่อาจทำให้มีกลิ่นหรืออักเสบ
รูดกลับเข้าที่ทุกครั้ง
หลังล้างหรือปัสสาวะ หากรูดหนังหุ้มปลายเปิดได้ ควรรูดกลับเข้าที่เพื่อป้องกันการรัดค้าง
พบแพทย์ถ้ารูดไม่ได้หรือเจ็บ
อาการรูดไม่ได้ เจ็บ บวม หรืออักเสบซ้ำ อาจเกี่ยวข้องกับหนังหุ้มปลายตีบหรือภาวะผิวหนังที่ต้องประเมิน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้ระคายเคือง
หลายคนเข้าใจว่าการดูแลน้องชายให้สะอาดต้องใช้สบู่แรง น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์พิเศษ แต่ความจริงผิวบริเวณอวัยวะเพศไวต่อการระคายเคือง การใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินไปอาจทำให้เกิดคัน แสบ แห้ง ผื่น หรืออักเสบได้
- หลีกเลี่ยงสบู่แรง เจลอาบน้ำที่มีกลิ่นแรง หรือน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ
- ไม่ควรโรยแป้งหรือใช้สารดูดความชื้นในบริเวณที่อับชื้นโดยไม่จำเป็น
- ไม่ควรใช้ครีม ยาทา หรือยาฆ่าเชื้อเองหากยังไม่รู้สาเหตุของอาการ
- หลีกเลี่ยงกางเกงในรัดแน่นหรืออับชื้นเป็นเวลานาน
- ไม่ควรโกนหรือกำจัดขนแบบรุนแรงจนเกิดแผล ผื่น หรือขนคุด
- ไม่ควรฝืนดึงหนังหุ้มปลายแรง ๆ หากรูดไม่ได้หรือเจ็บ

ดูแลสุขภาพผู้ชายให้ส่งผลดีต่อน้องชาย
สุขภาพอวัยวะเพศชายไม่ได้ขึ้นกับการล้างอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ฮอร์โมน น้ำหนัก น้ำตาล ไขมัน ความดัน การนอน และความเครียดด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้สัมพันธ์กับสมรรถภาพทางเพศและความเสี่ยง ED ในระยะยาว
ควบคุมโรคประจำตัว
เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง และโรคหัวใจอาจกระทบหลอดเลือดและการแข็งตัว ควรตรวจสุขภาพตามเหมาะสม
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ช่วยสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด น้ำหนัก และความฟิตโดยรวม ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพเพศชาย
นอนให้พอและลดความเครียด
การนอนน้อยและเครียดเรื้อรังอาจกระทบพลังงาน ฮอร์โมน ความต้องการทางเพศ และความมั่นใจ
ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์
บุหรี่และการดื่มมากเกินไปอาจกระทบหลอดเลือด การฟื้นตัวของแผล และสุขภาพเพศชายในระยะยาว
อาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์
หากมีอาการผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศชาย ไม่ควรอายหรือปล่อยไว้นาน เพราะบางปัญหารักษาได้ง่ายเมื่อเริ่มตรวจเร็ว แต่หากปล่อยไว้ อาจเกิดอักเสบซ้ำ แผลเรื้อรัง หนังหุ้มปลายตีบ หรือกระทบความมั่นใจและการใช้ชีวิตได้
- คัน แสบ แดง บวม หรือปวดบริเวณปลายอวัยวะเพศหรือหนังหุ้มปลาย
- มีกลิ่นผิดปกติ มีคราบมาก หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติ
- มีแผล ผื่น ตุ่ม ก้อน หรือผิวเปลี่ยนสีผิดปกติ
- ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดปน
- รูดหนังหุ้มปลายไม่ได้ รูดแล้วเจ็บ หรือรูดลงแล้วรัดค้าง
- อักเสบซ้ำหลายครั้ง แม้ดูแลความสะอาดแล้ว
- มีอาการหลังมีความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- มี ED ต่อเนื่อง แข็งตัวไม่เต็มที่ หรือสมรรถภาพลดลงร่วมด้วย

ปัญหาที่พบบ่อยจากสุขอนามัยไม่เหมาะสม
สุขอนามัยที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นปัจจัยหนึ่งของหลายปัญหา แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียวเสมอไป บางรายอาจเกี่ยวข้องกับเบาหวาน ภูมิคุ้มกัน ผิวแพ้ง่าย โรคผิวหนัง หนังหุ้มปลายตีบ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงควรตรวจเมื่อมีอาการซ้ำ
| ปัญหาที่พบได้ | อาการที่มักพบ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ปลายอวัยวะเพศอักเสบ / Balanitis | แดง บวม คัน แสบ เจ็บ มีกลิ่น หรือมีคราบ/สารคัดหลั่ง | หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง รักษาความสะอาดแบบอ่อนโยน และพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ |
| หนังหุ้มปลายตีบ | รูดเปิดไม่ได้ รูดแล้วเจ็บ เป็นแผลซ้ำ หรือทำความสะอาดใต้หนังหุ้มปลายยาก | ไม่ฝืนดึงแรง ๆ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินแนวทางรักษาที่เหมาะสม |
| กลิ่นไม่พึงประสงค์ | มีกลิ่นอับ กลิ่นแรง หรือมีคราบสะสมร่วมด้วย | ล้างและเช็ดให้แห้ง เปลี่ยนกางเกงใน ลดความอับชื้น หากยังเป็นซ้ำควรตรวจ |
| โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | แผล ตุ่ม หนอง ปัสสาวะแสบขัด ผื่น หรือบางครั้งไม่มีอาการชัดเจน | งดการมีความเสี่ยงชั่วคราว พบแพทย์ ตรวจรักษา และแจ้งคู่สัมผัสตามคำแนะนำแพทย์ |

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดูแลน้องชาย
เข้าใจผิดว่ายิ่งล้างแรงยิ่งสะอาด
การขัดแรงหรือใช้สบู่แรงอาจทำให้ผิวระคายเคือง แห้ง แสบ หรือคันมากขึ้น ควรล้างอย่างอ่อนโยนแทน
เข้าใจผิดว่ากลิ่นคือเรื่องปกติเสมอ
กลิ่นอับเล็กน้อยจากเหงื่ออาจเกิดได้ แต่ถ้ามีกลิ่นแรง คัน บวม แดง หรือมีสารคัดหลั่ง ควรตรวจหาสาเหตุ
เข้าใจผิดว่ารูดหนังหุ้มปลายไม่ได้ต้องฝืนดึง
ไม่ควรฝืน เพราะอาจเกิดแผลหรือรัดค้างได้ หากรูดไม่ได้หรือเจ็บควรพบแพทย์
เข้าใจผิดว่าไม่มีอาการแปลว่าไม่มีความเสี่ยง
โรคบางชนิดอาจไม่มีอาการชัดในช่วงแรก หากมีความเสี่ยงควรตรวจตามคำแนะนำแพทย์
สรุป: ดูแลน้องชายให้แข็งแรง เริ่มจากความสะอาดที่พอดีและการสังเกตอาการ
การดูแลอวัยวะเพศชายให้แข็งแรงไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เริ่มจากล้างด้วยความอ่อนโยน เช็ดให้แห้ง ลดความอับชื้น เลือกกางเกงในที่ระบายอากาศ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์แรงเกินไป และสังเกตอาการผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ
หากมีอาการคัน กลิ่นผิดปกติ บวม แดง แสบ ปัสสาวะผิดปกติ รูดหนังหุ้มปลายไม่ได้ หรืออักเสบซ้ำ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรซื้อยาทา ยากิน หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะจุดมาใช้เองโดยไม่รู้สาเหตุ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์
ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์หากมีอาการผิดปกติ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
NHS: Balanitis,
Cleveland Clinic: Balanitis,
Cleveland Clinic: Phimosis,
Mayo Clinic: Penis health,
CDC: STI prevention และ
CDC: Condom use overview
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูแลน้องชายให้แข็งแรงห่างไกลโรค
ควรล้างอวัยวะเพศชายวันละกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปควรล้างทุกวันระหว่างอาบน้ำ และล้างเพิ่มเติมเมื่อมีเหงื่อหรืออับชื้นมาก ไม่จำเป็นต้องล้างแรงหรือบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้
ถ้ามีหนังหุ้มปลายต้องล้างอย่างไร?
ควรดึงหนังหุ้มปลายเปิดอย่างนุ่มนวลเท่าที่เปิดได้โดยไม่เจ็บ ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วรูดหนังหุ้มปลายกลับเข้าที่ หากรูดไม่ได้หรือเจ็บ ไม่ควรฝืน ควรพบแพทย์
ใช้น้ำยาล้างเฉพาะจุดหรือสบู่แรง ๆ ได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์แรงหรือมีกลิ่นน้ำหอมมาก เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง แสบ คัน หรืออักเสบ ควรเลือกสูตรอ่อนโยนและล้างออกให้หมด
น้องชายมีกลิ่นผิดปกติควรทำอย่างไร?
เริ่มจากล้างอย่างอ่อนโยน เช็ดให้แห้ง เปลี่ยนกางเกงใน และลดความอับชื้น หากยังมีกลิ่นแรง มีคัน บวม แดง หรือสารคัดหลั่ง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
คันหรือแดงบริเวณปลายอวัยวะเพศเกิดจากอะไรได้บ้าง?
อาจเกิดจากการระคายเคือง ความอับชื้น เชื้อรา แบคทีเรีย หนังหุ้มปลายตีบ โรคผิวหนัง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด ควรตรวจเมื่อมีอาการต่อเนื่องหรือเป็นซ้ำ
ใช้ถุงยางช่วยป้องกันโรคได้ไหม?
การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องทุกครั้งช่วยลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อจากการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบคลุม
อาการแบบไหนควรพบแพทย์ทันที?
ควรพบแพทย์ทันทีหากมีบวมมาก เจ็บมาก มีหนอง ไข้ ปัสสาวะไม่ออก หนังหุ้มปลายรัดค้าง ผิวคล้ำผิดปกติ หรือมีแผล/ตุ่ม/ผื่นที่น่าสงสัย
ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยอธิบายวิธีดูแลอวัยวะเพศชายให้สะอาด ลดความอับชื้น ลดการระคายเคือง และรู้จักสัญญาณผิดปกติที่ควรพบแพทย์
ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการคัน บวม แดง เจ็บ มีกลิ่นผิดปกติ มีแผล มีสารคัดหลั่ง ปัสสาวะผิดปกติ หรือสงสัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
สุขอนามัยอวัยวะเพศชายเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพผู้ชาย แต่หากมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรใช้ยาเอง เพราะอาการคัน กลิ่น บวม แดง หรือแผล อาจเกี่ยวข้องได้หลายภาวะตั้งแต่ผิวระคายเคือง หนังหุ้มปลายตีบ ไปจนถึงการติดเชื้อบางชนิด
มีอาการคัน กลิ่น บวม แดง หรือรูดหนังหุ้มปลายไม่ได้?
เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยาทาหรือผลิตภัณฑ์เฉพาะจุดมาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุ


รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
เจลหล่อลื่นสูตรน้ำ คืออะไร? ใช้กับถุงยางได้ไหม ปลอดภัยแค่ไหน
เจลหล่อลื่นสูตร
กังวลเรื่องขนาดอวัยวะเพศ เป็นเรื่องปกติไหม? เข้าใจสาเหตุ วิธีประเมิน และทางเลือกที่ปลอดภัย
ความกังวลเรื่อง
สถานที่กับความสัมพันธ์ สำคัญอย่างไรต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสุขภาพทางเพศ
สถานที่มีผลต่อค
เห็นโปรโมชันอุปกรณ์สุขภาพทางเพศออนไลน์ ควรเช็กอะไรบ้างก่อนเชื่อ?
โปรโมชัน ส่วนลด
ปรึกษาปัญหาสุขภาพทางเพศออนไลน์ เลือกช่องทางแบบไหนให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
ปัญหาสุขภาพทางเ
คู่มือเลือกอุปกรณ์สุขภาพทางเพศสำหรับผู้หญิงในไทย แบบปลอดภัยและไม่เสี่ยงระคายเคือง
อุปกรณ์สุขภาพทา
แก้สารแปลกปลอมในอวัยวะเพศชาย มีของเหลว ก้อนแข็ง หรือผิดรูป แก้ได้ไหม?
การฉีดสารแปลกปล
26 ลักษณะอวัยวะเพศชาย และภาวะผิดปกติที่ควรรู้
อวัยวะเพศชายของ