ผ่าตัดรักษาหลั่งเร็วให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ได้ทำ เล่าจากประสบการณ์จริงของหมอเบียร์

รักษาหลั่งเร็ว

การรักษาหลั่งเร็วไม่ควรเริ่มจากคำว่า “ผ่าตัดเลย” หรือ “ทำแล้วหายถาวรแน่นอน” เพราะภาวะหลั่งเร็วมีหลายสาเหตุ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความกังวล ED ต่อมลูกหมากอักเสบ ความไวเฉพาะบุคคล และประสบการณ์เดิม

บทความนี้อธิบายว่า หัตถการหรือการผ่าตัดรักษาหลั่งเร็วควรอยู่ตรงไหนของแผนรักษา ทำไมต้องคัดกรองเคสอย่างเข้มงวด ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวังคืออะไร และทำไม “ได้ทำ” ไม่เท่ากับ “ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเอง”

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

หลั่งเร็วจำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

โดยทั่วไป หลั่งเร็วไม่ควรเริ่มรักษาด้วยการผ่าตัดเป็นอันดับแรก แนวทางหลักที่ใช้กันมากกว่า ได้แก่ การให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษา ยาทาเฉพาะที่ ยากินบางกลุ่ม และการรักษาปัจจัยร่วม เช่น ED ความเครียด หรือการอักเสบ

หัตถการหรือการผ่าตัดบางแนวทางถูกพูดถึงในบางประเทศและบางบริบท แต่หลักฐานยังมีข้อจำกัด และแนวทางสากลจำนวนมากยังมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องระวังหรืออยู่ในกลุ่ม experimental มากกว่าการรักษามาตรฐานสำหรับทุกคน ดังนั้นจึงต้องคัดกรองเคสอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนคิดเรื่องผ่าตัดหลั่งเร็ว

  • หลั่งเร็วมีหลายสาเหตุ จึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกับทุกคน
  • การรักษาหลักมักเริ่มจาก behavioral therapy, counseling, topical anesthetics หรือยาบางกลุ่มภายใต้แพทย์
  • หัตถการหรือการผ่าตัดไม่ใช่มาตรฐาน first-line treatment สำหรับผู้ป่วยหลั่งเร็วทั่วไป
  • คำว่า “ราคาถูก”, “ทำเร็ว”, “ทำแล้วจบ” หรือ “อยู่ในโรงพยาบาล” ยังไม่พอ ต้องดูการคัดกรอง เทคนิค และการติดตามผล
  • ผลลัพธ์ที่ดีไม่ใช่แค่เพิ่มเวลา แต่ต้องพอดี ไม่ทำให้ความรู้สึกลดเกินไป หรือเกิดปัญหาใหม่
  • ควรเข้าใจความเสี่ยง เช่น ชาเกินไป ความรู้สึกเปลี่ยน ปวด แผล พังผืด ผลลัพธ์ไม่ตรงเป้าหมาย หรือแก้ไขยากในบางกรณี

สารบัญ

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ทำไมบางเคสรักษาหลั่งเร็วแล้วยังต้องมาแก้ภายหลัง

เคสที่รักษาหลั่งเร็วแล้วไม่พอใจ มักไม่ได้เกิดจาก “วิธีนั้นไม่ดีเสมอไป” แต่อาจเกิดจากการเลือกวิธีไม่ตรงกับสาเหตุจริง เช่น คนไข้มี ED ร่วมด้วย มีความกังวลสูง มีต่อมลูกหมากอักเสบ มีความไวเฉพาะบุคคล หรือมีความคาดหวังเรื่องเวลาที่ไม่เหมาะสม

บางรายเลือกจากราคา โปรโมชั่น หรือคำว่า “ทำในโรงพยาบาล” โดยไม่ได้รับการอธิบายครบว่า วิธีนี้เหมาะกับเคสของตนหรือไม่ มีข้อจำกัดอะไร ถ้าผลลัพธ์มากไปหรือน้อยไปจะแก้อย่างไร และหลังทำต้องติดตามอย่างไร

คัดกรองเคสไม่พอ

หากไม่แยกสาเหตุว่าเป็น lifelong, acquired, มี ED ร่วม หรือมีปัจจัยทางใจร่วม อาจเลือกแนวทางผิดตั้งแต่แรก

ตั้งเป้าหมายผิด

เป้าหมายไม่ใช่ “นานที่สุด” แต่คือควบคุมได้ดีขึ้น ลดความกังวล และยังคงความรู้สึกที่เหมาะสม

ไม่อธิบายข้อจำกัด

หัตถการบางอย่างอาจมีความเสี่ยงและผลลัพธ์ไม่เท่ากันทุกคน ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ

ไม่มีแผนติดตามผล

หลังรักษาควรมีการติดตาม ปรับแผน และประเมินว่าปัญหาหลักยังคงอยู่หรือไม่

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ทำไมผ่าตัดไม่ใช่ตัวเลือกแรกของหลั่งเร็วทุกคน

หลั่งเร็วส่วนใหญ่สามารถเริ่มดูแลด้วยแนวทางที่ไม่ผ่าตัดก่อน เช่น การให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม การจัดการความเครียด การให้คำปรึกษา ยาชาเฉพาะที่ หรือยากินบางกลุ่มตามดุลยพินิจแพทย์ เพราะวิธีเหล่านี้ปรับเปลี่ยนหรือหยุดได้ง่ายกว่า และมีแนวทางรองรับมากกว่า

ในทางกลับกัน การผ่าตัดหรือหัตถการที่ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปอาจย้อนกลับได้ยาก และอาจสร้างปัญหาใหม่ เช่น ชาเกินไป ความรู้สึกผิดปกติ ปวดเรื้อรัง หรือผลลัพธ์ไม่ตรงเป้าหมาย จึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นคำตอบแรกสำหรับทุกคน

หลักแพทย์ที่ควรยึด: วิธีที่รุกล้ำมากขึ้นควรถูกพิจารณาหลังจากประเมินสาเหตุและลองแนวทางมาตรฐานที่เหมาะสมแล้ว ไม่ใช่เริ่มจากการผ่าตัดเพราะต้องการผลเร็ว
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

หัตถการรักษาหลั่งเร็วใช้ในกรณีใดในทางการแพทย์

ในบางบริบท หัตถการที่เกี่ยวข้องกับการลดความไวของอวัยวะเพศถูกพูดถึงเพื่อช่วยผู้ที่มีหลั่งเร็วบางกลุ่ม แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นแนวทางที่ยังมีข้อถกเถียง ไม่ใช่คำตอบมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยทุกคน

การพิจารณาหัตถการควรเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าอาการมีผลกระทบจริง มีการลองแนวทางที่เหมาะสมแล้วไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะสม และผู้รับบริการเข้าใจข้อจำกัด ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างรอบด้าน

ระดับการรักษา ตัวอย่างแนวทาง จุดที่ต้องระวัง
แนวทางไม่ผ่าตัด ให้ความรู้ ปรับพฤติกรรม จัดการความกังวล ให้คำปรึกษา ยาทาเฉพาะที่ หรือยากินบางกลุ่ม ต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุและติดตามผล ไม่ควรซื้อยาใช้เอง
ดูแลปัจจัยร่วม ประเมิน ED ต่อมลูกหมากอักเสบ ฮอร์โมน โรคประจำตัว ยาที่ใช้ หรือความเครียด หากไม่แก้ปัจจัยร่วม อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำหรือรักษาไม่ตรงจุด
หัตถการ/ผ่าตัด บางแนวทางมุ่งลดความไวเฉพาะจุดหรือปรับโครงสร้างบางส่วนในเคสที่คัดกรองแล้ว หลักฐานยังจำกัดในหลายแนวทาง และควรถูกมองอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ first-line treatment
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ก่อนคิดเรื่องผ่าตัด ต้องคัดกรองอะไรบ้าง

การคัดกรองคือหัวใจของการรักษาหลั่งเร็วให้ได้ผล เพราะช่วยแยกว่าใครเหมาะกับการรักษาแบบใด และช่วยลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการที่ไม่จำเป็นหรือไม่ตรงสาเหตุ

รูปแบบอาการ

เป็นมาตั้งแต่แรกหรือเพิ่งเกิดภายหลัง เป็นทุกครั้งหรือเฉพาะบางสถานการณ์ และควบคุมได้มากน้อยแค่ไหน

ED ร่วมด้วยหรือไม่

ถ้าแข็งตัวไม่เต็มที่หรือคงการแข็งตัวได้ยาก ควรประเมิน ED ก่อน เพราะอาจเป็นตัวกระตุ้นหลั่งเร็ว

ความไวเฉพาะบุคคล

บางรายมีความไวมากกว่าปกติ แต่ต้องแยกจากความกังวล ปัจจัยทางใจ หรือการอักเสบ

ต่อมลูกหมาก/ทางเดินปัสสาวะ

อาการปวด ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดหน่วงอาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบที่ต้องรักษาก่อน

ประวัติยาและโรคประจำตัว

ยาบางชนิด โรคเรื้อรัง หรือสารบางอย่างอาจกระทบการทำงานทางเพศ ต้องแจ้งแพทย์ให้ครบ

ความคาดหวัง

ต้องคุยให้ชัดว่าอยากดีขึ้นแค่ไหน อะไรเป็นไปได้ และอะไรไม่ควรถูกคาดหวังเกินจริง

ประสบการณ์แพทย์สำคัญตรงไหน: ประสบการณ์ไม่ได้หมายถึง “ทำมาเยอะแล้วต้องทำได้ทุกเคส” แต่หมายถึงรู้ว่าเคสไหนควรทำ เคสไหนไม่ควรทำ และควรเลือกวิธีที่เสี่ยงน้อยที่สุดก่อน
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวังอย่างปลอดภัย

ผลลัพธ์ที่ดีของการรักษาหลั่งเร็วไม่ใช่การทำให้เวลายาวที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่คือการช่วยให้ควบคุมได้ดีขึ้น ลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจ และยังคงความรู้สึกที่เหมาะสม ไม่เกิดปัญหาใหม่จากการรักษา

เป้าหมายที่เหมาะสม สิ่งที่ควรถามแพทย์
ควบคุมได้ดีขึ้น เคสของผมควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน และต้องใช้เวลาติดตามนานเท่าไร
ไม่ลดความรู้สึกเกินจำเป็น วิธีนี้มีความเสี่ยงเรื่องชา ความรู้สึกลดลง หรือความรู้สึกผิดปกติอย่างไร
ไม่สร้างปัญหาใหม่ ถ้าเกิดปวด แผล พังผืด หรือผลลัพธ์ไม่ตรงเป้าหมาย มีแผนแก้ไขอย่างไร
ดูแลปัจจัยร่วม ต้องรักษา ED ความเครียด หรือปัจจัยทางร่างกายอื่นพร้อมกันหรือไม่
ควรระวังคำโฆษณา: “หายถาวร 100%”, “ทำครั้งเดียวจบ”, “ไม่มีผลข้างเคียง” หรือ “เหมาะกับทุกคน” ไม่ใช่ภาษาทางการแพทย์ที่ควรใช้ในการตัดสินใจ
คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนหัตถการ

หัตถการที่เกี่ยวข้องกับการลดความไวหรือการปรับโครงสร้างบริเวณอวัยวะเพศมีข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ เพราะบางผลลัพธ์อาจย้อนกลับยาก และอาจกระทบความรู้สึกหรือความมั่นใจในระยะยาวได้

ความรู้สึกเปลี่ยน

อาจรู้สึกชาลง ไวลดลง หรือมีความรู้สึกผิดปกติในบางราย จึงต้องเข้าใจเป้าหมายก่อนทำ

ผลลัพธ์มากหรือน้อยเกินไป

หากลดความไวมากเกิน อาจกลายเป็นอีกปัญหา แต่ถ้าน้อยเกินอาจไม่ตอบโจทย์

แผลและการฟื้นตัว

หัตถการทุกชนิดมีความเสี่ยงเรื่องแผล บวม เลือดซึม ติดเชื้อ หรือแผลหายช้าได้

หลักฐานยังมีข้อจำกัด

แนวทางผ่าตัดสำหรับหลั่งเร็วยังมีข้อถกเถียงในระดับสากล จึงต้องอธิบายอย่างตรงไปตรงมา

คำอธิบายรูปตามหัวข้อบทความ

ทำไมคำว่า “ถูก” หรือ “ทำในโรงพยาบาล” จึงยังไม่พอ

ราคาถูกอาจดึงดูดใจ แต่การรักษาหลั่งเร็วไม่ควรตัดสินจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะหากเลือกวิธีไม่เหมาะหรือคัดกรองไม่พอ อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ตรงเป้าหมาย และอาจแก้ไขยากกว่าการเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

ส่วนคำว่า “ทำในโรงพยาบาล” ช่วยให้มั่นใจเรื่องระบบบางด้าน แต่ไม่ได้ตอบคำถามสำคัญทั้งหมด เช่น ผู้ทำมีประสบการณ์กับเคสแบบนี้หรือไม่ มีการคัดกรองละเอียดแค่ไหน ใช้เทคนิคอะไร ทำไมจึงเหมาะกับเรา และมีแผนติดตามผลหลังทำอย่างไร

สิ่งที่ควรเลือกมากกว่าราคา: การประเมินที่ชัดเจน การอธิบายข้อดีข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา ประสบการณ์ของแพทย์ และระบบติดตามผลหลังรักษา

คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องหัตถการหลั่งเร็ว

คำถาม เหตุผลที่ควรถาม
เคสของผมเป็นหลั่งเร็วชนิดใด? ช่วยแยกว่าควรใช้แนวทาง behavioral, medication, counseling หรือประเมินปัจจัยร่วมก่อน
ผมมี ED หรือโรคอื่นร่วมไหม? ถ้ามี ED ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือความเครียดร่วม ต้องดูแลพร้อมกัน
ทำไมผมถึงเหมาะหรือไม่เหมาะกับหัตถการ? แพทย์ควรอธิบายจากสาเหตุจริง ไม่ใช่เลือกตามแพ็กเกจ
ผลลัพธ์คาดหวังได้แค่ไหน? ลดความเสี่ยงผิดหวัง และป้องกันการคาดหวังว่า “หายถาวรทุกคน”
ความเสี่ยงเรื่องชา ความรู้สึกเปลี่ยน หรือผลลัพธ์เกินพอดีมีไหม? เป็นความเสี่ยงสำคัญของแนวทางที่ลดความไวเฉพาะจุด
ถ้าผลลัพธ์ไม่พอดีหรือมีปัญหา จะแก้อย่างไร? ควรรู้แผนรับมือก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่รอเกิดปัญหาแล้วค่อยหาทาง

สรุป: รักษาหลั่งเร็วให้ได้ผลจริง ต้องเริ่มจากคัดกรอง ไม่ใช่รีบผ่าตัด

การรักษาหลั่งเร็วที่ดีไม่ใช่การรีบเลือกวิธีที่ดูแรงที่สุดหรือดูถาวรที่สุด แต่คือการประเมินให้ชัดว่าอาการเกิดจากอะไร เหมาะกับการดูแลแบบใด และผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร หากเลือกผิดวิธี อาจได้แค่ “ได้ทำ” แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเอง

หัตถการหรือการผ่าตัดในบริบทหลั่งเร็วควรถูกพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะยังไม่ใช่ first-line treatment สำหรับทุกคน และควรมีการอธิบายข้อจำกัด ความเสี่ยง และแผนติดตามผลอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์

ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
AUA/SMSNA Guideline: Disorders of Ejaculation,
Mayo Clinic: Premature ejaculation diagnosis & treatment,
Cleveland Clinic: Premature Ejaculation,
The role of surgical therapy in the management of premature ejaculation,
Is there a place for surgical treatment of premature ejaculation? และ
Surgery is not indicated for the treatment of premature ejaculation

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่าตัดรักษาหลั่งเร็ว

หลั่งเร็วจำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการผ่าตัด เพราะหลั่งเร็วส่วนใหญ่มักเริ่มดูแลด้วยการปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษา ยาทาเฉพาะที่ ยากินบางกลุ่ม หรือการรักษาปัจจัยร่วม เช่น ED ความเครียด หรือการอักเสบก่อน

ผ่าตัดรักษาหลั่งเร็วหายถาวรไหม?

ไม่ควรรับประกันว่าหายถาวรทุกคน ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุ เทคนิค การคัดกรองเคส ความคาดหวัง และการติดตามผล อีกทั้งแนวทางผ่าตัดยังมีข้อจำกัดด้านหลักฐานในระดับสากล

ทำไมต้องคัดกรองก่อนผ่าตัดหลั่งเร็ว?

เพราะหลั่งเร็วอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความกังวล ED ต่อมลูกหมากอักเสบ ยาที่ใช้ หรือโรคประจำตัว หากไม่คัดกรอง อาจเลือกวิธีไม่ตรงจุดและได้ผลลัพธ์ไม่เหมาะสม

ผ่าตัดหลั่งเร็วมีความเสี่ยงอะไร?

ความเสี่ยงอาจรวมถึงความรู้สึกเปลี่ยน ชาเกินไป ปวด แผล บวม ติดเชื้อ พังผืด ผลลัพธ์มากหรือน้อยเกินไป หรือความไม่พอใจหลังทำ จึงต้องอธิบายก่อนตัดสินใจ

รักษาหลั่งเร็วด้วยยาแทนผ่าตัดได้ไหม?

ในหลายรายแพทย์อาจพิจารณายาทาเฉพาะที่ ยากลุ่ม SSRI, dapoxetine ในประเทศที่มีใช้ หรือยาอื่นตามความเหมาะสม โดยต้องดูโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และผลข้างเคียงร่วมด้วย

ทำในโรงพยาบาลแปลว่าปลอดภัยและได้ผลแน่นอนไหม?

โรงพยาบาลช่วยเรื่องระบบและมาตรฐานบางด้าน แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับการคัดกรอง เทคนิค ประสบการณ์ผู้ทำ การอธิบายข้อจำกัด และการติดตามผลหลังรักษา

ก่อนตัดสินใจควรถามแพทย์อะไร?

ควรถามว่าเคสของตนเป็นหลั่งเร็วชนิดใด มี ED หรือปัจจัยร่วมไหม เหมาะกับหัตถการจริงหรือไม่ ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้คืออะไร ความเสี่ยงมีอะไร และถ้าผลลัพธ์ไม่พอดีจะแก้ไขอย่างไร

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยอธิบายบทบาทของหัตถการหรือการผ่าตัดในบริบทการรักษาหลั่งเร็ว ข้อจำกัดด้านหลักฐาน การคัดกรองเคส ความเสี่ยง และความคาดหวังที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการหลั่งเร็วต่อเนื่อง มี ED ร่วมด้วย เครียดมาก หรือกำลังพิจารณาหัตถการ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

การรักษาหลั่งเร็วควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละราย หัตถการหรือการผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกของทุกคน และควรถูกพิจารณาเฉพาะเมื่อเข้าใจข้อดี ข้อจำกัด ความเสี่ยง และแผนติดตามผลอย่างครบถ้วน

กำลังลังเลเรื่องการรักษาหลั่งเร็ว หรือเคยรักษาแล้วผลลัพธ์ไม่ตรงใจ?

เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อแยกสาเหตุจริง ดูว่ามี ED หรือปัจจัยร่วมไหม และวางแผนรักษาที่เหมาะกับเคสของคุณ โดยไม่รีบเลือกหัตถการก่อนรู้ข้อมูลครบ

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *