การฝังมุกเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการนำวัสดุเข้าไปใต้ผิวหนังอวัยวะเพศชาย จึงไม่ควรมองเป็นเพียงเรื่องความสวยงามหรือความชอบส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับความสะอาด วัสดุ ตำแหน่ง เทคนิค แผล และการติดตามหลังทำ
บทความนี้สรุปหลักคิดเรื่อง “ฝังมุกอย่างปลอดภัย” ว่าควรประเมินอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ วิธีไหนควรหลีกเลี่ยง และทำไมการฝังมุกควรทำโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ เจ็บ อักเสบ มุกเคลื่อน หรือเกิดปัญหาระยะยาว
การฝังมุกที่ปลอดภัยควรเป็นอย่างไร?
การฝังมุกที่ปลอดภัยควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ ใช้วัสดุที่เหมาะสม อยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ วางตำแหน่งตามกายวิภาคจริง และมีแผนดูแลแผลหลังทำชัดเจน ไม่ควรฝังเอง ไม่ควรใช้วัสดุไม่ทราบชนิด และไม่ควรทำในสถานที่ที่ไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์
จุดสำคัญคือ การฝังมุกไม่ใช่หัตถการที่ “ปลอดภัย 100%” ทุกเคสมีความเสี่ยง เช่น ติดเชื้อ เจ็บ บวม แผลเป็น วัสดุเคลื่อน ผิวบาง หรือระคายเคืองระหว่างใช้งาน ดังนั้นควรตัดสินใจจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากคำโฆษณาหรือรีวิวเพียงอย่างเดียว
ก่อนฝังมุก
- การฝังมุกคือการนำวัสดุเข้าใต้ผิวหนัง จึงมีความเสี่ยงด้านแผล การติดเชื้อ และการอักเสบ
- ควรประเมินหนังหุ้มปลาย เส้นสองสลึง สุขอนามัย โรคประจำตัว และประวัติหัตถการเดิมก่อนทำ
- วัสดุที่ใช้ต้องเหมาะสม สะอาด ปลอดเชื้อ และไม่ใช่วัสดุแปลกปลอมที่ไม่รู้แหล่งที่มา
- ตำแหน่งและจำนวนมุกควรพอดีกับกายวิภาค ไม่ควรใส่มากหรือใหญ่เกินไปจนเกิดแรงกดหรือเจ็บ
- ไม่ควรฝังมุกเองหรือทำกับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ เพราะเสี่ยงติดเชื้อและทำลายเนื้อเยื่อ
- หากมีอาการแดง บวม ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือแผลไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ทันที
- หากต้องการอ่านภาพรวมเรื่องฝังมุกทั้งหมด ควรกลับไปดูหน้า Pillar หลัก ฝังมุก
สารบัญ
- ฝังมุกที่ปลอดภัยหมายถึงอะไร
- ก่อนฝังมุกควรประเมินอะไรบ้าง
- วัสดุฝังมุกควรเลือกอย่างไร
- ตำแหน่ง ขนาด และจำนวนมุกสำคัญแค่ไหน
- ต้องขลิบก่อนฝังมุกหรือไม่
- ขั้นตอนที่ควรปลอดเชื้อและมีมาตรฐาน
- การดูแลหลังฝังมุก
- ตารางเช็กความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
- สัญญาณอันตรายหลังฝังมุก
- ความเข้าใจผิดเรื่องฝังมุกอย่างปลอดภัย
- อ่านต่อเรื่องฝังมุก
- คำถามที่พบบ่อย

ฝังมุกที่ปลอดภัยหมายถึงอะไร
การฝังมุกที่ปลอดภัยไม่ได้หมายถึงการฝังแล้วไม่มีความเสี่ยงเลย แต่หมายถึงการลดความเสี่ยงให้มากที่สุดด้วยการประเมินก่อนทำ ใช้วัสดุที่เหมาะสม ทำในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดเชื้อ วางตำแหน่งอย่างระมัดระวัง และมีแผนดูแลหลังทำอย่างชัดเจน
เพราะการฝังมุกเกี่ยวข้องกับผิวหนัง เนื้อเยื่อใต้ผิว เส้นเลือด เส้นประสาท และความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศชาย หากทำผิดชั้น ผิดตำแหน่ง ใช้วัสดุไม่เหมาะสม หรือดูแลแผลไม่ดี อาจเกิดอาการปวด บวม อักเสบ ติดเชื้อ แผลเป็น วัสดุเคลื่อน หรือจำเป็นต้องนำออกในภายหลังได้

ก่อนฝังมุกควรประเมินอะไรบ้าง
ก่อนตัดสินใจฝังมุก ควรให้แพทย์ประเมินทั้งกายวิภาคและสุขภาพพื้นฐาน เพราะบางคนอาจมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น หนังหุ้มปลายตีบ หนังหุ้มปลายยาวมาก เส้นสองสลึงตึง มีแผลหรือการอักเสบเดิม เบาหวาน ควบคุมน้ำตาลไม่ดี หรือเคยฉีดสารแปลกปลอมมาก่อน
หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรแก้ไขหรือประเมินให้ชัดก่อน ไม่ควรฝังมุกทันที เพราะอาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อ แผลหายช้า มุกเคลื่อน หรือทำให้เจ็บระหว่างใช้งานในอนาคต
ประเมินกายวิภาค
ดูหนังหุ้มปลาย เส้นสองสลึง ผิวหนัง ความยืดหยุ่น ตำแหน่งที่เหมาะสม และพื้นที่ที่ปลอดภัยในการวางวัสดุ
ประเมินสุขภาพพื้นฐาน
ดูโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะแผลหายช้า การติดเชื้อเดิม และประวัติหัตถการหรือสารแปลกปลอมบริเวณอวัยวะเพศชาย

วัสดุฝังมุกควรเลือกอย่างไร
วัสดุที่ใช้ฝังมุกควรเป็นวัสดุที่เหมาะสมกับการอยู่ในร่างกาย มีแหล่งที่มาชัดเจน ผ่านการทำให้ปลอดเชื้อ และมีขนาด/รูปทรงที่ไม่ทำร้ายเนื้อเยื่อรอบข้าง ไม่ควรใช้ของที่ไม่ทราบชนิด วัสดุจากของใช้ทั่วไป หรือวัสดุที่ไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานได้
ประเด็นที่ต้องระวังคือ วัสดุบางชนิดอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อ การอักเสบ ก้อนแข็ง การเสียดสี หรือระคายเคืองในระยะยาว ดังนั้นการเลือกวัสดุควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ ไม่ควรเลือกจากความเชื่อหรือคำบอกต่อเพียงอย่างเดียว

ตำแหน่ง ขนาด และจำนวนมุกสำคัญแค่ไหน
ตำแหน่ง ขนาด และจำนวนมุกเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัย เพราะหากวางผิดตำแหน่ง ใส่ขนาดใหญ่เกินไป หรือใส่จำนวนมากเกินกว่าผิวหนังและเนื้อเยื่อรองรับได้ อาจเกิดแรงกด เจ็บ ผิวตึง มุกเคลื่อน แผลหายช้า หรือระคายเคืองในระยะยาว
การวางแผนที่ดีควรคำนึงถึงสัดส่วนอวัยวะเพศเดิม ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ตำแหน่งเส้นเลือด/เส้นประสาท และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลังทำ ไม่ควรเน้น “มากที่สุด” หรือ “ใหญ่ที่สุด” แต่ควรเน้นพอดี ปลอดภัย และดูแลได้จริง
ตำแหน่ง
ควรวางในตำแหน่งที่เหมาะกับกายวิภาค ลดการกดเบียด ลดการเสียดสี และลดโอกาสเคลื่อนหรือเจ็บ
ขนาด
ควรเลือกขนาดที่ผิวหนังรองรับได้ ไม่ใหญ่เกินไปจนตึง กด หรือระคายเคืองหลังทำ
จำนวน
จำนวนมากเกินไปอาจเพิ่มแผล เพิ่มการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และเพิ่มโอกาสภาวะแทรกซ้อน

ต้องขลิบก่อนฝังมุกหรือไม่
การขลิบก่อนฝังมุกไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคน แต่ในบางรายที่มีหนังหุ้มปลายมาก หนังหุ้มปลายตีบ ทำความสะอาดยาก หรือมีความเสี่ยงที่ตำแหน่งมุกจะเคลื่อน การประเมินเรื่องขลิบก่อนอาจมีความสำคัญต่อความสะอาดและความมั่นคงของตำแหน่งหลังทำ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขลิบหรือไม่ควรประเมินเป็นรายบุคคล โดยดูสุขอนามัย โครงสร้างผิวหนัง ความยืดหยุ่นของหนังหุ้มปลาย และความเสี่ยงของแผล ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนต้องขลิบก่อนฝังมุกเสมอไป
ขั้นตอนที่ควรปลอดเชื้อและมีมาตรฐาน
การฝังมุกควรทำในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานด้านความสะอาด การทำแผล การใช้เครื่องมือปลอดเชื้อ และการดูแลภาวะแทรกซ้อน หากเกิดอาการผิดปกติหลังทำควรมีช่องทางติดตาม ไม่ใช่ทำแล้วจบโดยไม่มีแพทย์ดูแลต่อ
สิ่งที่ควรมี ได้แก่ การซักประวัติสุขภาพ การตรวจบริเวณอวัยวะเพศชาย การอธิบายความเสี่ยง การเลือกวัสดุที่เหมาะสม การทำในบริเวณปลอดเชื้อ การให้คำแนะนำหลังทำ และนัดติดตามเมื่อจำเป็น
| จุดที่ควรมี | เหตุผล | ถ้าไม่มีอาจเสี่ยงอะไร |
|---|---|---|
| ซักประวัติและตรวจก่อนทำ | เพื่อดูโรคประจำตัว ยาที่ใช้ แผลเดิม การอักเสบ และความเหมาะสม | เสี่ยงทำในคนที่ยังไม่พร้อมหรือมีข้อห้ามบางอย่าง |
| เครื่องมือและวัสดุปลอดเชื้อ | ลดโอกาสติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนจากแผล | ติดเชื้อ แผลบวมแดง หนอง หรือแผลหายช้า |
| วางตำแหน่งโดยเข้าใจกายวิภาค | ลดการบาดเจ็บต่อผิวหนัง เส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อ | เจ็บ ชา เลือดออก มุกเคลื่อน หรือรูปร่างผิดปกติ |
| มีแผนดูแลหลังทำ | ช่วยให้รู้ว่าควรดูแลแผลอย่างไรและเมื่อไหร่ต้องกลับมาพบแพทย์ | ปล่อยให้อาการผิดปกติลุกลามหรือรักษาช้าเกินไป |

การดูแลหลังฝังมุก
หลังฝังมุก การดูแลแผลเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะอวัยวะเพศชายเป็นบริเวณที่มีความชื้น เสียดสีง่าย และเกี่ยวข้องกับการขับถ่ายปัสสาวะ การดูแลไม่ถูกต้องอาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อ แผลเปิด หรือระคายเคืองได้
โดยทั่วไปควรรักษาความสะอาดตามคำแนะนำแพทย์ หลีกเลี่ยงการจับแผลโดยไม่จำเป็น สังเกตอาการบวมแดงร้อน ปวดมากผิดปกติ หนอง หรือกลิ่นผิดปกติ และกลับไปพบแพทย์ตามนัดหรือทันทีเมื่อมีอาการน่ากังวล
ตารางเช็กความปลอดภัยก่อนตัดสินใจฝังมุก
| หัวข้อที่ต้องเช็ก | ควรถามอะไร | คำตอบที่น่าเชื่อถือควรเป็นแบบไหน |
|---|---|---|
| ผู้ทำหัตถการ | ใครเป็นผู้ประเมินและทำให้ | ควรเป็นแพทย์หรือทำในระบบสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและติดตามผลได้ |
| วัสดุ | วัสดุคืออะไร ผ่านการปลอดเชื้อหรือไม่ | ต้องอธิบายชนิด แหล่งที่มา ความเหมาะสม และข้อจำกัดได้ชัดเจน |
| ตำแหน่ง | ตำแหน่งนี้ปลอดภัยอย่างไร | ต้องประเมินจากกายวิภาคจริง ไม่ใช่วางตามสูตรเดียวกับทุกคน |
| ขนาดและจำนวน | ทำไมเลือกขนาด/จำนวนนี้ | ควรเลือกตามความเหมาะสมของเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เน้นใหญ่หรือมากที่สุด |
| ความเสี่ยง | ถ้าเกิดติดเชื้อ เจ็บ หรือมุกเคลื่อน ดูแลอย่างไร | ควรมีคำอธิบายความเสี่ยงและแผนติดตามหลังทำอย่างชัดเจน |
| หลังทำ | ต้องดูแลแผลอย่างไรและกลับมาตรวจเมื่อไร | ควรมีคำแนะนำเป็นขั้นตอนและมีช่องทางติดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ |
สัญญาณอันตรายหลังฝังมุกที่ควรพบแพทย์
หลังฝังมุก หากมีอาการผิดปกติไม่ควรปล่อยไว้หรือซื้อยากินเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ แผลอักเสบ หรือปัญหาเนื้อเยื่อที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดผิดปกติหลังทำ
- บวมแดง ร้อน หรือบวมลามเร็ว
- มีหนอง มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีแผลเปิด
- มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยร่วมกับแผลอักเสบ
- ผิวหนังคล้ำ ซีด บางลง หรือสีเปลี่ยนผิดปกติ
- มุกเคลื่อนตำแหน่ง กดเจ็บ หรือผิวหนังตึงมาก
- ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีอาการปวดร้าวบริเวณโคน/ถุงอัณฑะ
ความเข้าใจผิดเรื่องฝังมุกอย่างปลอดภัย
เข้าใจผิดว่า “ฝังมุกทำที่ไหนก็เหมือนกัน”
ความปลอดภัยขึ้นกับการประเมิน วัสดุ ความสะอาด เทคนิค และการดูแลหลังทำ ไม่ใช่แค่การใส่มุกเข้าไปเท่านั้น
เข้าใจผิดว่า “ยิ่งเยอะยิ่งดี”
จำนวนมากเกินไปอาจเพิ่มแผล เพิ่มแรงกด และเพิ่มความเสี่ยงเจ็บ ติดเชื้อ หรือมุกเคลื่อน
เข้าใจผิดว่า “ไม่มีอาการทันทีแปลว่าปลอดภัย”
บางภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดภายหลัง เช่น แผลอักเสบ มุกเคลื่อน แผลเป็น หรือระคายเคืองเรื้อรัง
เข้าใจผิดว่า “ฝังเองก็ได้ถ้าสะอาดพอ”
ไม่ควรฝังเอง เพราะเสี่ยงแทงผิดชั้น ติดเชื้อ เลือดออก ทำลายเนื้อเยื่อ หรือเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไขภายหลัง
สรุป เทคนิคการฝังมุกที่ปลอดภัยควรเริ่มจากการประเมิน ไม่ใช่ความรีบ
การฝังมุกที่ปลอดภัยควรพิจารณาตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ โดยเริ่มจากการประเมินกายวิภาค สุขภาพพื้นฐาน วัสดุ ตำแหน่ง ขนาด จำนวน และแผนดูแลแผลหลังทำอย่างชัดเจน
หัตถการนี้อาจตอบโจทย์ความชอบส่วนบุคคลของบางคน แต่ไม่ควรถูกนำเสนอว่าไม่มีความเสี่ยง หรือทำแล้วได้ผลดีเหมือนกันทุกคน หากต้องการตัดสินใจอย่างปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายบุคคลและเข้าใจข้อจำกัดก่อนเสมอ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
บทความนี้เรียบเรียงเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพเพศชาย ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนรักษาโดยแพทย์ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
Complications of subcutaneous penile modifications,
Spontaneous extrusion of male genital pearling,
Removal of infected penile foreign bodies,
NHS: Infected piercings,
Cleveland Clinic: Penis piercing risks and care และ
MedlinePlus: Men’s Health
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิคการฝังมุกที่ปลอดภัย
การฝังมุกที่ปลอดภัยคืออะไร?
คือการฝังมุกโดยเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ ใช้วัสดุที่เหมาะสม ทำในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ วางตำแหน่งตามกายวิภาคจริง และมีการดูแลแผลหลังทำอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ เจ็บ หรือภาวะแทรกซ้อน
ฝังมุกมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ความเสี่ยงที่อาจพบได้ ได้แก่ ปวด บวม แดง ติดเชื้อ แผลเป็น มุกเคลื่อน ผิวบาง ระคายเคือง หรือจำเป็นต้องนำมุกออกในภายหลัง โดยความเสี่ยงขึ้นกับวัสดุ เทคนิค สุขภาพพื้นฐาน และการดูแลแผลหลังทำ
ควรฝังมุกเองได้ไหม?
ไม่ควรฝังมุกเอง เพราะเสี่ยงติดเชื้อ แทงผิดชั้น เลือดออก ทำลายเนื้อเยื่อ หรือเกิดปัญหาระยะยาว ควรทำโดยแพทย์หรือในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและมีการติดตามหลังทำ
ต้องขลิบก่อนฝังมุกทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นกับทุกคน แต่บางรายที่มีหนังหุ้มปลายมาก หนังหุ้มปลายตีบ ทำความสะอาดยาก หรือเสี่ยงมุกเคลื่อน อาจต้องประเมินเรื่องขลิบก่อนฝังมุก โดยแพทย์ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล
ขนาดมุกควรเลือกอย่างไร?
ขนาดมุกควรเลือกตามกายวิภาค ผิวหนัง ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ และความปลอดภัย ไม่ควรเลือกใหญ่เกินไปหรือจำนวนมากเกินไป เพราะอาจทำให้เจ็บ ผิวตึง แผลหายช้า หรือระคายเคืองได้
หลังฝังมุกต้องดูแลอย่างไร?
ควรรักษาความสะอาดตามคำแนะนำแพทย์ หลีกเลี่ยงการจับแผลโดยไม่จำเป็น งดกิจกรรมที่เสียดสีหรือรบกวนแผลตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ และกลับมาตรวจหากมีอาการผิดปกติ
อาการแบบไหนหลังฝังมุกควรรีบพบแพทย์?
ควรรีบพบแพทย์หากมีปวดมาก บวมแดงร้อน มีหนอง กลิ่นผิดปกติ มีไข้ แผลเปิด ผิวเปลี่ยนสี มุกเคลื่อน หรือปัสสาวะผิดปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อมีปัญหา
ฝังมุกแล้วต้องเอาออกได้ไหม?
บางรายอาจต้องนำมุกออกหากมีอาการติดเชื้อ เจ็บเรื้อรัง มุกเคลื่อน ผิวหนังมีปัญหา หรือไม่พอใจกับผลลัพธ์ การนำออกควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรพยายามแกะหรือเจาะออกเอง
ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการฝังมุกที่ปลอดภัย ปัจจัยที่ควรประเมินก่อนทำ วัสดุ ตำแหน่ง ขนาด จำนวน การดูแลแผล และสัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์
ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนหัตถการจากแพทย์ได้ หากมีโรคประจำตัว แผลบริเวณอวัยวะเพศ หนังหุ้มปลายตีบ เส้นสองสลึงตึง เคยฉีดสารแปลกปลอม หรือกังวลเรื่องความปลอดภัย ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
การฝังมุกควรประเมินจากกายวิภาค สุขอนามัย หนังหุ้มปลาย เส้นสองสลึง วัสดุ ตำแหน่ง ขนาด จำนวน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนให้เหมาะสมและลดภาวะแทรกซ้อนหลังทำ
ต้องการประเมินการฝังมุกอย่างปลอดภัย?
เริ่มจากการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินว่ากายวิภาคของคุณเหมาะกับการฝังมุกหรือไม่ ควรใช้ขนาดและตำแหน่งแบบไหน และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ


รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
ทำไมอวัยวะเพศไม่แข็งตอนเช้า
คำตอบจากหมอเบีย
เจลหล่อลื่นสูตรน้ำ คืออะไร? ใช้กับถุงยางได้ไหม ปลอดภัยแค่ไหน
เจลหล่อลื่นสูตร
กังวลเรื่องขนาดอวัยวะเพศ เป็นเรื่องปกติไหม? เข้าใจสาเหตุ วิธีประเมิน และทางเลือกที่ปลอดภัย
ความกังวลเรื่อง
สถานที่กับความสัมพันธ์ สำคัญอย่างไรต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสุขภาพทางเพศ
สถานที่มีผลต่อค
เห็นโปรโมชันอุปกรณ์สุขภาพทางเพศออนไลน์ ควรเช็กอะไรบ้างก่อนเชื่อ?
โปรโมชัน ส่วนลด
ปรึกษาปัญหาสุขภาพทางเพศออนไลน์ เลือกช่องทางแบบไหนให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
ปัญหาสุขภาพทางเ
คู่มือเลือกอุปกรณ์สุขภาพทางเพศสำหรับผู้หญิงในไทย แบบปลอดภัยและไม่เสี่ยงระคายเคือง
อุปกรณ์สุขภาพทา
แก้สารแปลกปลอมในอวัยวะเพศชาย มีของเหลว ก้อนแข็ง หรือผิดรูป แก้ได้ไหม?
การฉีดสารแปลกปล