การใส่แกนองคชาตเทียม หรือ Penile Prosthesis เป็นหนึ่งในทางเลือกการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ที่ประเมินแล้วว่า การรักษาด้วยวิธีทั่วไป เช่น การปรับพฤติกรรม ยากิน ยาฉีดบางชนิด อุปกรณ์สุญญากาศ หรือการรักษาอื่น ๆ ยังไม่ให้ผลที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกของผู้ป่วย ED ทุกคน และไม่ควรตัดสินใจจากความกังวลหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุของ ED โรคประจำตัว ยาที่ใช้ สุขภาพหลอดเลือด ฮอร์โมน ความคาดหวัง และความพร้อมในการดูแลหลังผ่าตัดร่วมกับแพทย์

การผ่าตัดรักษา ED เหมาะกับใคร?
การผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียมมักพิจารณาในผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล/ไม่เหมาะสม เช่น ไม่ตอบสนองต่อยา มีข้อห้ามใช้ยา มีโรคทางกายที่เกี่ยวข้อง หรือมีภาวะเฉพาะที่แพทย์ประเมินแล้วว่าการผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจให้ชัดว่า แกนองคชาตเทียมเป็นอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ภายในร่างกายเพื่อช่วยให้เกิดการแข็งตัวสำหรับการใช้งาน ไม่ใช่วิธีเพิ่มขนาดเพื่อความสวยงาม และมีความเสี่ยงของการผ่าตัด เช่น ติดเชื้อ เลือดออก ปวด อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ หรือจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนพิจารณาผ่าตัด
- คนส่วนใหญ่ที่มี ED ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเป็นขั้นแรก ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุและรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมก่อน
- Penile Prosthesis มักเป็นทางเลือกเมื่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล ไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถใช้ได้
- อุปกรณ์หลักมีทั้งแบบกึ่งแข็งและแบบพองตัวได้ ซึ่งมีข้อดี ข้อจำกัด และวิธีใช้งานต่างกัน
- ต้องประเมินโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ภาวะติดเชื้อ และยาที่ใช้อยู่ก่อนผ่าตัด
- ควรเข้าใจความเสี่ยง เช่น ติดเชื้อ แผลหายช้า อุปกรณ์เสียหาย ความเจ็บ หรือความคาดหวังไม่ตรงกับผลลัพธ์
- ผู้รับบริการควรได้รับข้อมูลครบถ้วน รวมถึงวิธีใช้อุปกรณ์ การดูแลหลังผ่าตัด และแนวทางติดตามผลระยะยาว
สารบัญ

Penile Prosthesis คืออะไร
Penile Prosthesis หรือแกนองคชาตเทียม คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่แพทย์ผ่าตัดฝังเข้าไปภายในอวัยวะเพศ เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถสร้างความแข็งตัวที่เพียงพอต่อการใช้งานได้ในกรณีที่วิธีรักษาอื่นไม่ตอบสนองหรือไม่เหมาะสม
แนวคิดสำคัญคือ อุปกรณ์นี้ช่วยเรื่องการแข็งตัว ไม่ได้รักษาสาเหตุพื้นฐานทั้งหมดของ ED เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ฮอร์โมน หรือผลข้างเคียงของยา ดังนั้นก่อนถึงขั้นผ่าตัด แพทย์มักต้องประเมินสาเหตุและลองแนวทางที่เหมาะสมตามลำดับก่อน

ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัดรักษาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัดมักเป็นกลุ่มที่มี ED ชัดเจนและได้รับการประเมินแล้วว่า วิธีอื่นไม่ช่วยเพียงพอหรือไม่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย การตัดสินใจต้องดูทั้งสุขภาพกาย ความคาดหวัง ความเข้าใจเรื่องอุปกรณ์ และความพร้อมในการติดตามผลหลังผ่าตัด
รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
เช่น ปรับพฤติกรรม ใช้ยาตามแพทย์สั่ง หรือใช้อุปกรณ์ช่วยบางชนิดแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการใช้ยา
บางคนมีโรคหัวใจ ใช้ยาบางกลุ่ม หรือมีผลข้างเคียงจากยา ทำให้ต้องพิจารณาทางเลือกอื่นภายใต้แพทย์
มี ED จากโรคทางกายชัดเจน
เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือด หลังผ่าตัดบางชนิด หรือโรคที่กระทบเส้นประสาทและหลอดเลือด
เข้าใจข้อดีและความเสี่ยงแล้ว
ผู้รับบริการควรรู้วิธีใช้อุปกรณ์ ข้อจำกัด ความเสี่ยง และโอกาสที่อาจต้องแก้ไขในอนาคต

แกนองคชาตเทียมมีกี่แบบ
โดยภาพรวม แกนองคชาตเทียมที่ใช้รักษา ED มักแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือแบบกึ่งแข็ง และแบบพองตัวได้ แต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน และการเลือกต้องพิจารณาจากโรคประจำตัว ความสามารถในการใช้อุปกรณ์ ความต้องการด้านความเป็นธรรมชาติ ค่าใช้จ่าย และคำแนะนำของแพทย์
| ชนิดของอุปกรณ์ | ลักษณะโดยรวม | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
| แบบกึ่งแข็ง / Semirigid / Malleable | เป็นแกนที่มีความแข็งคงที่ สามารถจัดตำแหน่งขึ้นหรือลงได้ตามการใช้งาน | กลไกไม่ซับซ้อน ใช้งานง่ายกว่าในบางราย แต่รูปลักษณ์และการซ่อนรูปอาจไม่เป็นธรรมชาติเท่าแบบพองตัวได้ |
| แบบพองตัวได้ / Inflatable | มีระบบปั๊มและของเหลวภายในอุปกรณ์ ช่วยให้เกิดการแข็งตัวเมื่อใช้งานและปล่อยกลับเมื่อไม่ใช้งาน | ให้ความรู้สึกและการซ่อนรูปใกล้เคียงธรรมชาติมากกว่าในหลายราย แต่กลไกซับซ้อนกว่าและต้องใช้มือควบคุมอุปกรณ์ได้ |
ทำไมการผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกของทุกคน
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีหลายสาเหตุ เช่น โรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ฮอร์โมนต่ำ ผลข้างเคียงยา ความเครียด การนอน หรือปัญหาความสัมพันธ์ บางรายอาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาต้นเหตุและแนวทางไม่ผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการผ่าตัดทันที
การผ่าตัดมีข้อดีในรายที่เหมาะสม แต่ก็เป็นหัตถการที่ย้อนกลับได้ยากกว่าแนวทางไม่ผ่าตัด และต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องแผล ติดเชื้อ อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ หรือการผ่าตัดแก้ไขในอนาคต ดังนั้นแพทย์จะพิจารณาเมื่อประโยชน์มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงสำหรับคนนั้นจริง ๆ
- ควรประเมินโรคหลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน ไขมัน และความดันก่อน
- ควรทบทวนยาที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดอาจกระทบการแข็งตัว
- ควรประเมินฮอร์โมนในผู้ที่มีอาการเข้าได้ เช่น ความต้องการทางเพศลดลงหรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
- ควรพิจารณาวิธีไม่ผ่าตัดที่เหมาะสมก่อน หากไม่มีข้อห้าม
- ควรเข้าใจว่าการผ่าตัดช่วยการแข็งตัว แต่ไม่ได้ทำให้โรคพื้นฐานหายไป

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้
การผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียมสามารถช่วยผู้ป่วย ED บางรายได้มาก แต่เป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงเหมือนหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ ผู้รับบริการควรได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ติดเชื้อ
เป็นความเสี่ยงสำคัญของอุปกรณ์ที่ฝังในร่างกาย หากเกิดติดเชื้ออาจต้องรักษาเพิ่มเติมหรือพิจารณานำอุปกรณ์ออกในบางกรณี
เลือดออก บวม หรือปวด
อาจเกิดได้หลังผ่าตัด โดยระดับความรุนแรงและระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันตามสุขภาพและเทคนิคการผ่าตัด
อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ
อุปกรณ์มีอายุการใช้งานและอาจเกิดปัญหากลไกในอนาคต ซึ่งบางกรณีอาจต้องผ่าตัดแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
ความคาดหวังไม่ตรงผลลัพธ์
ผู้รับบริการควรเข้าใจเรื่องรูปลักษณ์ ความรู้สึก วิธีใช้งาน และข้อจำกัดของอุปกรณ์ก่อนผ่าตัด

ก่อนตัดสินใจควรประเมินอะไรบ้าง
ก่อนเลือกการผ่าตัด ควรประเมินทั้งโรคพื้นฐาน สาเหตุของ ED ความพร้อมด้านร่างกาย ความเข้าใจของผู้รับบริการ และความคาดหวังของคู่สัมพันธ์ในบางกรณี เพื่อให้การตัดสินใจปลอดภัยและใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด
ประวัติ ED และการรักษาที่เคยลอง
เช่น เคยใช้ยาแบบใด ผลเป็นอย่างไร มีผลข้างเคียงหรือข้อห้ามใช้หรือไม่ และมีการรักษาอื่นที่เหมาะสมหรือยัง
โรคประจำตัวและความเสี่ยงผ่าตัด
เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ภาวะติดเชื้อ ภูมิคุ้มกัน ยาละลายลิ่มเลือด และการสูบบุหรี่มีผลต่อแผลและความเสี่ยง
ความสามารถในการใช้อุปกรณ์
โดยเฉพาะแบบพองตัวได้ ต้องใช้มือควบคุมปั๊มและเข้าใจวิธีใช้งาน หากมีข้อจำกัดด้านมือควรแจ้งแพทย์
ความคาดหวังและความเข้าใจ
ควรถามให้ชัดว่าอุปกรณ์ช่วยอะไร ไม่ช่วยอะไร ต้องดูแลอย่างไร และมีโอกาสต้องแก้ไขในอนาคตหรือไม่

การดูแลหลังผ่าตัดและการติดตามผล
หลังผ่าตัดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะการดูแลแผลและการติดตามผลมีผลต่อความปลอดภัย การลดความเสี่ยงติดเชื้อ และการเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง
- ดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์ และกลับมาตรวจตามนัด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือแรงกดทับบริเวณแผลจนกว่าแพทย์อนุญาต
- ใช้ยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
- สังเกตอาการบวม แดง ร้อน มีหนอง ไข้ หรือปวดมากขึ้น
- เรียนรู้การใช้อุปกรณ์กับแพทย์หรือทีมรักษาก่อนใช้งานจริง
- แจ้งแพทย์ทันทีหากรู้สึกว่าอุปกรณ์ทำงานผิดปกติหรือมีอาการเจ็บผิดปกติ
เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการผ่าตัดรักษา ED
เข้าใจผิดว่า ED ต้องผ่าตัดทุกคน
ไม่จริง คนส่วนใหญ่ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุและรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดก่อน การผ่าตัดเหมาะกับบางกลุ่มเท่านั้น
เข้าใจผิดว่าแกนเทียมคือการเพิ่มขนาด
แกนองคชาตเทียมใช้เพื่อช่วยการแข็งตัวในผู้ป่วย ED ไม่ใช่หัตถการหลักเพื่อเพิ่มขนาดหรือความยาว
เข้าใจผิดว่าผ่าตัดแล้วไม่ต้องดูแลต่อ
หลังผ่าตัดต้องดูแลแผล ติดตามผล และเรียนรู้การใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง เพื่อให้ใช้งานได้ปลอดภัย
เข้าใจผิดว่าเลือกอุปกรณ์แบบไหนก็เหมือนกัน
แต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน การเลือกควรดูสุขภาพ ความสามารถในการใช้งาน และคำแนะนำของแพทย์
สรุป: การผ่าตัดรักษา ED ควรเป็นการตัดสินใจหลังประเมินครบ
การผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียมเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วย ED บางราย โดยเฉพาะผู้ที่รักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทางเลือกแรกของทุกคน และไม่ควรตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
การตัดสินใจที่ดีที่สุดควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุของ ED ตรวจสุขภาพพื้นฐาน ทบทวนวิธีรักษาที่เคยใช้ เข้าใจชนิดของอุปกรณ์ ความเสี่ยง วิธีดูแลหลังผ่าตัด และความคาดหวังที่เป็นจริงร่วมกับแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์
ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์หากมีอาการผิดปกติ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
NIDDK: Treatment for Erectile Dysfunction,
Mayo Clinic: Penile Implants,
Cleveland Clinic: Penile Implant,
American Urological Association: Erectile Dysfunction Guideline,
Journal of Urology: ED Guideline และ
Penile implant surgery: managing complications
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดรักษาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
การใส่แกนองคชาตเทียมคืออะไร?
คือการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายในอวัยวะเพศ เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถเกิดการแข็งตัวที่เพียงพอต่อการใช้งานได้ในรายที่เหมาะสม
ใครเหมาะกับการผ่าตัดรักษา ED?
มักเป็นผู้ที่มี ED ระดับรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล/ไม่เหมาะสม เช่น ใช้ยาไม่ได้ มีข้อห้ามใช้ยา หรือมีโรคทางกายที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามต้องประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ
แกนองคชาตเทียมมีกี่แบบ?
โดยทั่วไปมี 2 กลุ่มใหญ่ คือแบบกึ่งแข็งหรือ semirigid/malleable และแบบพองตัวได้หรือ inflatable แต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน ควรเลือกตามความเหมาะสมของร่างกายและคำแนะนำของแพทย์
ผ่าตัดแล้ว ED หายถาวรไหม?
อุปกรณ์ช่วยให้เกิดการแข็งตัวสำหรับการใช้งาน แต่ไม่ได้ทำให้สาเหตุพื้นฐานของ ED เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือด หรือฮอร์โมนผิดปกติหายไป จึงยังควรดูแลสุขภาพโดยรวมต่อเนื่อง
การผ่าตัดมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ความเสี่ยงอาจรวมถึงติดเชื้อ เลือดออก ปวด บวม แผลหายช้า อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ ความคาดหวังไม่ตรงผลลัพธ์ หรือจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต
ก่อนผ่าตัดต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ควรตรวจประเมินสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะติดเชื้อ การควบคุมเบาหวานหรือโรคหัวใจ และทำความเข้าใจชนิดอุปกรณ์ ความเสี่ยง วิธีใช้ และการดูแลหลังผ่าตัดกับแพทย์
ถ้ายังไม่เคยลองรักษา ED วิธีอื่น ควรผ่าตัดเลยไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรรีบผ่าตัดทันที ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุและพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสมก่อน เช่น ปรับพฤติกรรม รักษาโรคร่วม ใช้ยาตามแพทย์สั่ง หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม
ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยอธิบายการผ่าตัดรักษาหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วยการใส่แกนองคชาตเทียม ชนิดของอุปกรณ์ ผู้ที่อาจเหมาะสม ความเสี่ยง ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีภาวะ ED ต่อเนื่อง รักษาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผล หรือกำลังพิจารณาการผ่าตัด ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์เฉพาะทาง
ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
การผ่าตัดรักษา ED ควรถูกพิจารณาหลังประเมินครบทั้งสาเหตุ โรคประจำตัว วิธีรักษาที่เคยใช้ ความเสี่ยงของการผ่าตัด และความคาดหวังของผู้รับบริการ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
รักษา ED หลายวิธีแล้วยังไม่ได้ผล?
เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ฮอร์โมน ยาที่ใช้ โรคประจำตัว หรือเป็นกรณีที่ควรพิจารณาการรักษาขั้นสูง เช่น การใส่แกนองคชาตเทียมหรือไม่


รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
ทำไมอวัยวะเพศไม่แข็งตอนเช้า
คำตอบจากหมอเบีย
เจลหล่อลื่นสูตรน้ำ คืออะไร? ใช้กับถุงยางได้ไหม ปลอดภัยแค่ไหน
เจลหล่อลื่นสูตร
กังวลเรื่องขนาดอวัยวะเพศ เป็นเรื่องปกติไหม? เข้าใจสาเหตุ วิธีประเมิน และทางเลือกที่ปลอดภัย
ความกังวลเรื่อง
สถานที่กับความสัมพันธ์ สำคัญอย่างไรต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสุขภาพทางเพศ
สถานที่มีผลต่อค
เห็นโปรโมชันอุปกรณ์สุขภาพทางเพศออนไลน์ ควรเช็กอะไรบ้างก่อนเชื่อ?
โปรโมชัน ส่วนลด
ปรึกษาปัญหาสุขภาพทางเพศออนไลน์ เลือกช่องทางแบบไหนให้ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
ปัญหาสุขภาพทางเ
คู่มือเลือกอุปกรณ์สุขภาพทางเพศสำหรับผู้หญิงในไทย แบบปลอดภัยและไม่เสี่ยงระคายเคือง
อุปกรณ์สุขภาพทา
แก้สารแปลกปลอมในอวัยวะเพศชาย มีของเหลว ก้อนแข็ง หรือผิดรูป แก้ได้ไหม?
การฉีดสารแปลกปล