การรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย: แนวคิด การยอมรับ และวิธีเปลี่ยนความอายให้เป็นการดูแลสุขภาพ

การรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย

ปัญหาหลั่งเร็วเป็นเรื่องสุขภาพเพศชายที่พบได้ แต่ในสังคมไทยยังมีผู้ชายจำนวนมากที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปรึกษา และไม่กล้ารับการประเมิน เพราะกลัวถูกล้อ กลัวเสียความมั่นใจ หรือเข้าใจว่าเป็นเรื่องน่าอายที่ต้องเก็บไว้คนเดียว

การรับรู้ที่ถูกต้องคือ จุดเริ่มต้นของการดูแลที่ดีขึ้น เพราะหลั่งเร็วไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณค่าหรือความเป็นชายของใคร แต่เป็นภาวะที่สามารถประเมินสาเหตุและวางแนวทางดูแลได้ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ และพฤติกรรมสุขภาพ

ทำไมสังคมไทยควรรับรู้เรื่องหลั่งเร็วให้ถูกต้อง

ทำไมสังคมไทยควรรับรู้เรื่องหลั่งเร็วให้ถูกต้อง?

เพราะความเข้าใจผิดและความอายทำให้ผู้ชายจำนวนมากไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ทั้งที่ภาวะหลั่งเร็วสามารถประเมินได้ และมีแนวทางดูแลหลายแบบตามสาเหตุ เช่น การให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษา การดูแลความเครียด และการใช้ยาบางชนิดเมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม

เมื่อสังคมมองหลั่งเร็วเป็น “ปัญหาสุขภาพที่ดูแลได้” แทนที่จะมองเป็น “เรื่องน่าล้อ” ผู้ชายจะกล้าพูดเร็วขึ้น คู่สัมพันธ์เข้าใจกันมากขึ้น และแพทย์สามารถช่วยแยกสาเหตุได้ตรงจุดกว่าเดิม

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • หลั่งเร็วไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ควรถูกใช้ตัดสินความเป็นชายของใคร
  • การรับรู้ผิด ๆ ในสังคมอาจทำให้ผู้ชายไม่กล้าปรึกษาแพทย์หรือคุยกับคู่สัมพันธ์
  • หลั่งเร็วอาจเกี่ยวข้องได้ทั้งความเครียด ความกังวล ความสัมพันธ์ ประสบการณ์เดิม หรือปัจจัยทางร่างกายบางอย่าง
  • การเก็บปัญหาไว้คนเดียวอาจทำให้ความเครียดเพิ่มขึ้น และทำให้ปัญหาเกิดซ้ำเป็นวงจร
  • การพูดคุยกับแพทย์ช่วยแยกสาเหตุ ไม่ใช่การถูกตำหนิหรือถูกตัดสิน
  • เป้าหมายที่ดีไม่ใช่การหาวิธี “ฝืนทนเอง” แต่คือการดูแลให้เหมาะกับสาเหตุของแต่ละคน

สารบัญ

การรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทยคืออะไร

การรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทยคืออะไร

การรับรู้เรื่องหลั่งเร็ว หมายถึงระดับความเข้าใจของคนในสังคมว่า ภาวะหลั่งเร็วคืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง มีผลต่อชีวิตอย่างไร และควรขอความช่วยเหลือเมื่อใด ในสังคมไทย ประเด็นสุขภาพทางเพศมักถูกพูดถึงน้อยกว่าปัญหาสุขภาพด้านอื่น เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว วัฒนธรรม ความอาย และความกลัวการถูกตัดสิน

เมื่อการรับรู้ยังไม่ถูกต้อง ผู้ชายอาจเข้าใจว่าตนเอง “ผิดปกติคนเดียว” หรือ “ต้องทนเอง” ทั้งที่ความจริง หลั่งเร็วเป็นปัญหาที่พบได้และควรได้รับการประเมินเหมือนปัญหาสุขภาพอื่น หากเริ่มพูดคุยเร็วขึ้น จะช่วยลดความเครียดและเพิ่มโอกาสดูแลได้ตรงจุดกว่าเดิม

หลักคิดสำคัญ: การรับรู้ที่ดีไม่ได้ทำให้ทุกคนต้องรักษาทันที แต่ช่วยให้คนที่มีปัญหารู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องอายและสามารถปรึกษาแพทย์ได้
ทำไมผู้ชายไทยจำนวนมากไม่กล้าพูดเรื่องหลั่งเร็ว

ทำไมผู้ชายไทยจำนวนมากไม่กล้าพูดเรื่องหลั่งเร็ว

ผู้ชายจำนวนมากไม่ได้ไม่อยากแก้ปัญหา แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดกับใคร กลัวถูกล้อ กลัวคู่ผิดหวัง หรือกลัวถูกมองว่าไม่มั่นใจพอ เมื่อปัญหาถูกเก็บไว้ ความเครียดและความกังวลอาจยิ่งมากขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดอาการซ้ำได้ง่ายกว่าเดิม

ความอายและการเสียหน้า

ในบริบทไทย ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าปัญหาเพศชายกระทบภาพลักษณ์ จึงเลือกเงียบแม้ปัญหาเริ่มกระทบความสัมพันธ์

กลัวถูกล้อหรือถูกตัดสิน

คำพูดล้อเลียนเรื่องสมรรถภาพทางเพศในสังคมอาจทำให้คนที่มีปัญหาไม่กล้าเปิดใจหรือขอคำปรึกษา

ความเป็นส่วนตัว

หลายคนกังวลเรื่องความลับ การถูกคนรู้จักพบเห็น หรือไม่มั่นใจว่าสถานพยาบาลจะดูแลข้อมูลส่วนตัวได้ดีเพียงใด

ไม่รู้ว่าเป็นภาวะที่ดูแลได้

บางคนคิดว่าหลั่งเร็วเป็นนิสัยหรือแก้ไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วมีแนวทางประเมินและดูแลได้หลายแบบตามสาเหตุ

ความเข้าใจผิดที่ทำให้ปัญหาหลั่งเร็วถูกมองผิดทาง

ความเข้าใจผิดที่ทำให้ปัญหาหลั่งเร็วถูกมองผิดทาง

ความเข้าใจผิดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ชายจำนวนมากเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เอง ทดลองวิธีที่ไม่เหมาะสม หรือเลี่ยงการพบแพทย์ ทั้งที่ปัญหาจริงอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยที่ต้องประเมินร่วมกัน

ความเข้าใจผิด ความจริงที่ควรรู้
หลั่งเร็วแปลว่าไม่เป็นชายพอ ไม่จริง ภาวะนี้เป็นปัญหาสุขภาพเพศชายที่พบได้ และไม่ได้สะท้อนคุณค่าหรือความเป็นชายของใคร
เป็นเรื่องจิตใจล้วน ๆ ความเครียดและความกังวลมีส่วนได้ แต่บางรายอาจมีปัจจัยทางร่างกาย เช่น ต่อมลูกหมาก อักเสบ ฮอร์โมน ยา หรือ ED ร่วมด้วย
ซื้อยาชาหรือยากินเองก็พอ ไม่ควรเริ่มจากการซื้อเอง เพราะอาจไม่ตรงสาเหตุ เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้พลาดการตรวจโรคที่เกี่ยวข้อง
ยิ่งเงียบยิ่งดี การไม่พูดอาจทำให้ความเครียดสะสม การสื่อสารกับคู่และแพทย์อย่างเหมาะสมช่วยลดแรงกดดันได้
ถ้าเป็นมานานแปลว่ารักษาไม่ได้ ไม่จำเป็นเสมอไป หลั่งเร็วมีหลายรูปแบบ และควรประเมินเพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ผลกระทบต่อความมั่นใจ ความสัมพันธ์ และการรักษา

หลั่งเร็วไม่ได้กระทบแค่ช่วงเวลาทางเพศ แต่ยังอาจกระทบความมั่นใจ ความรู้สึกผิด ความสัมพันธ์ และการสื่อสารระหว่างคู่ หากทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจร่วมกัน ปัญหาอาจถูกตีความผิด เช่น คิดว่าไม่ใส่ใจ ไม่พยายาม หรือไม่รักกัน ทั้งที่อาจเป็นภาวะที่ต้องประเมินทางการแพทย์

ความมั่นใจลดลง

ผู้ชายบางคนเริ่มกังวลก่อนมีความใกล้ชิด กลัวว่าจะเกิดซ้ำ และอาจหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์

คู่สัมพันธ์เข้าใจผิด

หากไม่มีการพูดคุย อีกฝ่ายอาจตีความว่าขาดความใส่ใจ ทั้งที่ผู้ชายอาจกำลังเครียดหรือกังวลมาก

การรักษาล่าช้า

เมื่อกลัวการพบแพทย์ ผู้ชายบางคนอาจพลาดการตรวจสาเหตุ เช่น ED ต่อมลูกหมาก ฮอร์โมน หรือยาเดิมที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ควรเปลี่ยน: จากคำว่า “อายจนไม่กล้าพูด” เป็น “เข้าใจแล้วเริ่มประเมิน” เพราะการรู้สาเหตุช่วยลดความกังวลได้มากกว่าการเดาเอง
มุมมองทางการแพทย์ต่อหลั่งเร็ว

มุมมองทางการแพทย์ต่อหลั่งเร็ว

ในทางการแพทย์ หลั่งเร็วไม่ได้ประเมินจากเวลาเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาร่วมกับการควบคุมการหลั่ง ความทุกข์ใจ ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ และรูปแบบของอาการว่าเป็นมาตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องมีทั้งด้านจิตใจและร่างกาย เช่น ความเครียด ความกังวล ความสัมพันธ์ ประสบการณ์เดิม ภาวะ ED โรคบางชนิด การอักเสบ ระบบฮอร์โมน หรือยาที่ใช้อยู่ การประเมินกับแพทย์จึงช่วยแยกสาเหตุและเลือกแนวทางดูแลได้เหมาะสมกว่า

ประเมินชนิดของอาการ

ดูว่าเป็นมานานตั้งแต่แรก หรือเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง รวมถึงเกิดทุกครั้งหรือเฉพาะบางสถานการณ์

ประเมินผลกระทบจริง

ดูว่าปัญหาทำให้เครียด หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ หรือกระทบคู่สัมพันธ์มากแค่ไหน

ตรวจปัจจัยร่วม

เช่น ED ความเครียด การนอน ยาที่ใช้ โรคประจำตัว ต่อมลูกหมาก หรือฮอร์โมนบางชนิด

เลือกแนวทางเฉพาะราย

อาจรวมถึงการให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษา หรือการใช้ยาบางชนิดเมื่อเหมาะสม

ไม่ควรซื้อยาเอง: ยาชา ยากิน หรืออาหารเสริมที่โฆษณาเรื่องหลั่งเร็วควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจไม่ตรงสาเหตุหรือมีผลข้างเคียงได้

การยอมรับและการสื่อสารที่ช่วยให้เริ่มดูแลได้เร็วขึ้น

การยอมรับไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้ต่อปัญหา แต่หมายถึงการยอมรับว่าปัญหานี้มีอยู่จริง และสามารถเริ่มดูแลได้โดยไม่ต้องโทษตัวเอง การพูดคุยกับคู่และแพทย์ด้วยภาษาที่ไม่กล่าวโทษ จะช่วยลดแรงกดดันและทำให้แก้ปัญหาเป็นระบบมากขึ้น

ยอมรับว่าเป็นเรื่องสุขภาพ

เปลี่ยนจาก “เรื่องน่าอาย” เป็น “เรื่องที่ควรประเมิน” จะช่วยลดความรู้สึกผิดและเพิ่มโอกาสดูแลได้เร็วขึ้น

คุยกับคู่ด้วยภาษาที่ปลอดภัย

ไม่กล่าวโทษ ไม่เปรียบเทียบ และเน้นว่าต้องการหาทางดูแลร่วมกัน จะช่วยลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์

เลือกปรึกษาแพทย์ที่เข้าใจ

แพทย์จะช่วยประเมินสาเหตุอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ตัดสินหรือทำให้ผู้รับบริการอาย

อย่ารอจนความสัมพันธ์แย่ลง

ถ้าปัญหาเริ่มเกิดซ้ำและทำให้เครียด ควรประเมินก่อนที่จะกระทบความมั่นใจหรือความสัมพันธ์มากขึ้น

ควรสร้างการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทยอย่างไร

ควรสร้างการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทยอย่างไร

การสร้างการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วควรทำให้ผู้ชายเข้าใจว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม และไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บไว้คนเดียว แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและการประเมินอย่างเหมาะสม

  • ใช้ภาษาที่ให้เกียรติ ไม่ล้อเลียน ไม่ทำให้ผู้ชายรู้สึกด้อยคุณค่า
  • อธิบายว่าหลั่งเร็วเกี่ยวข้องได้ทั้งร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ และสุขภาพโดยรวม
  • ให้ความรู้เรื่องสัญญาณที่ควรพบแพทย์ แทนการชี้นำให้ซื้อยาเอง
  • ย้ำเรื่องความเป็นส่วนตัวและการดูแลข้อมูลผู้รับบริการ
  • สื่อสารให้คู่สัมพันธ์เข้าใจว่าไม่ควรกล่าวโทษกัน แต่ควรหาทางดูแลร่วมกัน
  • เชื่อมโยงกับสุขภาพผู้ชายโดยรวม เช่น ED ฮอร์โมน ความเครียด และโรคประจำตัว
เป้าหมายของการสื่อสาร: ทำให้ผู้ชายกล้าขอคำปรึกษาเร็วขึ้น โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติหรือถูกตัดสิน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เรื่องหลั่งเร็ว

ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงมากก่อนค่อยพบแพทย์ หากหลั่งเร็วเกิดซ้ำ ควบคุมได้ยาก ทำให้เครียด หรือเริ่มกระทบความสัมพันธ์ ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสม

  • รู้สึกว่าควบคุมการหลั่งได้ยากบ่อยครั้ง
  • มีความเครียด กังวล หรือเสียความมั่นใจจากปัญหานี้
  • เริ่มหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์หรือความใกล้ชิด
  • ปัญหาเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ควบคุมได้ดี
  • มีอาการ ED ร่วมด้วย เช่น แข็งตัวไม่เต็มที่หรือคงการแข็งตัวได้ยาก
  • มีอาการปัสสาวะผิดปกติ ปวด แสบขัด หรือสงสัยการอักเสบร่วมด้วย
  • เคยใช้ยา สเปรย์ หรืออาหารเสริมเองแล้วไม่ได้ผลหรือมีอาการข้างเคียง

สรุป: การรับรู้ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้ชายไทยกล้าดูแลตัวเองมากขึ้น

การรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทยควรเปลี่ยนจากการล้อเลียนและความอาย ไปสู่การเข้าใจว่าเป็นปัญหาสุขภาพเพศชายที่พบได้และประเมินได้ เมื่อผู้ชายรู้ว่าตนเองสามารถขอคำปรึกษาได้โดยไม่ถูกตัดสิน โอกาสดูแลปัญหาอย่างถูกทางจะมากขึ้น

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเริ่มจากการโทษตัวเองหรือซื้อผลิตภัณฑ์เอง แต่ควรเริ่มจากการเข้าใจอาการ สื่อสารกับคู่เมื่อเหมาะสม และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ และสุขภาพโดยรวม

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์

ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์หากมีอาการผิดปกติ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
NHS: Ejaculation problems,
Mayo Clinic: Premature ejaculation symptoms & causes,
Mayo Clinic: Premature ejaculation diagnosis & treatment,
Cleveland Clinic: Premature ejaculation,
Urology Care Foundation: Premature Ejaculation และ
AUA/SMSNA Guideline: Disorders of Ejaculation

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย

หลั่งเร็วเป็นเรื่องน่าอายในสังคมไทยไหม?

ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย หลั่งเร็วเป็นปัญหาสุขภาพเพศชายที่พบได้และประเมินได้ การพูดคุยกับแพทย์ช่วยให้เข้าใจสาเหตุและเลือกแนวทางดูแลได้เหมาะสมขึ้น

ทำไมผู้ชายไทยหลายคนไม่กล้าปรึกษาเรื่องหลั่งเร็ว?

เพราะกลัวถูกล้อ กลัวเสียความมั่นใจ กลัวคู่ผิดหวัง หรือกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทั้งที่จริงแล้วการปรึกษาแพทย์เป็นขั้นตอนปกติในการดูแลสุขภาพเพศชาย

หลั่งเร็วเกิดจากจิตใจอย่างเดียวไหม?

ไม่เสมอไป ความเครียด ความกังวล และความสัมพันธ์มีส่วนได้ แต่บางรายอาจมีปัจจัยทางร่างกาย เช่น ED การอักเสบ ฮอร์โมน โรคประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่ร่วมด้วย

การรับรู้ที่ถูกต้องช่วยอะไรได้บ้าง?

ช่วยลดความอาย ลดการโทษตัวเอง ทำให้ผู้ชายกล้าพูดคุยเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสเข้ารับการประเมินก่อนที่ปัญหาจะกระทบความมั่นใจหรือความสัมพันธ์มากขึ้น

ควรคุยกับคู่เรื่องหลั่งเร็วอย่างไร?

ควรคุยด้วยภาษาที่ไม่กล่าวโทษ เลือกเวลาที่ไม่กดดัน และอธิบายว่าอยากหาทางดูแลร่วมกัน หากปัญหาเกิดซ้ำหรือทำให้เครียด ควรปรึกษาแพทย์

หลั่งเร็วรักษาได้ไหม?

หลั่งเร็วสามารถดูแลได้หลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับสาเหตุและรูปแบบอาการ เช่น การให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษา และการใช้ยาบางชนิดเมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เรื่องหลั่งเร็ว?

ควรพบแพทย์เมื่ออาการเกิดซ้ำ ควบคุมได้ยาก ทำให้เครียด กระทบความสัมพันธ์ เพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ED ปัสสาวะผิดปกติ ปวด แสบขัด หรือสงสัยการอักเสบ

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยเน้นเรื่องการรับรู้ การยอมรับ และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อปัญหาหลั่งเร็วในสังคมไทย เพื่อช่วยลดความอาย ลดการตีตรา และสนับสนุนให้ผู้ที่มีปัญหาเข้าถึงการประเมินอย่างเหมาะสม

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการหลั่งเร็วต่อเนื่อง มีความเครียดมากขึ้น กระทบความสัมพันธ์ หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458

หลั่งเร็วควรถูกมองเป็นปัญหาสุขภาพที่ประเมินได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอายหรือซ่อน การรับรู้ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้ชายกล้าพูด กล้าตรวจ และเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับสาเหตุของตนเองมากขึ้น

กังวลเรื่องหลั่งเร็ว หรือไม่กล้าปรึกษาใคร?

เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูว่าอาการเกี่ยวข้องกับความเครียด ความกังวล สุขภาพร่างกาย โรคประจำตัว หรือปัจจัยอื่นหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อยา สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์มาใช้เอง

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *