หลายคนรู้จักคำว่า “ยาคุมฉุกเฉิน” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ใช้เมื่อไร และต้องกินอย่างไรถึงจะได้ผลดีที่สุด บางคนเข้าใจว่าเป็นยาคุมแบบกินแทนยาคุมรายเดือนได้ บางคนคิดว่ากินเมื่อไรก็ได้ภายในไม่กี่วัน หรือบางคนกังวลว่าใช้แล้วจะอันตรายมากหรือไม่
ความจริงคือ คุมกำเนิดฉุกเฉิน เป็นวิธีป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน หรือเมื่อวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่เกิดความผิดพลาด เช่น ถุงยางแตก ลืมกินยาคุมหลายเม็ด หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้วางแผน โดยควรใช้ให้เร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยง เพราะยิ่งใช้เร็ว ประสิทธิภาพยิ่งดีขึ้น และไม่ได้มีไว้ใช้แทนการคุมกำเนิดประจำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบัน วิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินหลักๆ มีทั้ง ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน และ ห่วงอนามัยทองแดง (copper IUD) โดย WHO ระบุว่าห่วงทองแดงสามารถใช้เป็นการคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ภายใน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน และมีประสิทธิภาพมากกว่า 99% ส่วนยาเม็ดฉุกเฉินมีช่วงเวลาการใช้ต่างกันตามชนิดของยา
ถ้าถามแบบตรงที่สุดว่า คุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร คำตอบคือ เป็นการคุมกำเนิดหลังมีความเสี่ยงแล้ว เพื่อช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ โดยควรใช้ให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ยาคุมสำหรับกินประจำทุกวัน และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
ยาเม็ดฉุกเฉินที่ใช้บ่อยมี 2 กลุ่มหลัก คือ
- Levonorgestrel ควรใช้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
- Ulipristal acetate ใช้ได้ภายใน 120 ชั่วโมง หรือ 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
คุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร?
คุมกำเนิดฉุกเฉิน คือวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่ใช้หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือหลังเกิดเหตุผิดพลาดจากการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางหลุด ถุงยางแตก ลืมกินยาคุม หรือมีความกังวลว่าการคุมกำเนิดที่ใช้อยู่อาจไม่เพียงพอ จุดสำคัญคือมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่ให้ใช้แทนวิธีคุมกำเนิดหลักในชีวิตประจำวัน
WHO อธิบายว่า ยาคุมฉุกเฉินทำงานโดย ป้องกันหรือชะลอการตกไข่ เป็นหลัก และใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีความเสี่ยง ไม่ใช่ยาทำแท้ง และไม่ใช่วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ยาคุมฉุกเฉินมีกี่แบบ?
1) ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิด Levonorgestrel
ยากลุ่มนี้เป็นแบบที่หลายคนคุ้นเคยที่สุด โดย NHS ระบุว่าควรใช้ภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน และควรกินให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้.
จุดเด่นคือหาซื้อและเข้าถึงได้ค่อนข้างง่ายในหลายประเทศและหลายระบบสุขภาพ แต่ข้อสำคัญคือถ้ายิ่งช้า ประสิทธิภาพก็มีแนวโน้มลดลง
2) ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิด Ulipristal acetate
ยากลุ่มนี้ใช้ได้ภายใน 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน NHS และ WHO ระบุสอดคล้องกันว่ายากลุ่มนี้มีช่วงเวลาใช้นานกว่า levonorgestrel.
ในหลายแนวทางการดูแล Ulipristal ถูกมองว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า levonorgestrel ในบางบริบท โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ช่วงตกไข่มากขึ้น แต่ในชีวิตจริงควรรับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรว่าแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ
3) ห่วงอนามัยทองแดง (Copper IUD)
นี่คือวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อใส่ภายใน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดย WHO ระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 99% และยังใช้ต่อเป็นการคุมกำเนิดระยะยาวได้ด้วย
แม้บทความนี้จะโฟกัสเรื่องยาเป็นหลัก แต่การรู้ว่ามีตัวเลือกนี้อยู่ก็สำคัญ เพราะบางกรณีแพทย์อาจแนะนำว่าห่วงทองแดงเหมาะกว่า โดยเฉพาะเมื่อมาพบช้ากว่าช่วง 72 ชั่วโมงของ levonorgestrel
วิธีใช้ยาอย่างถูกต้อง
หลักที่สำคัญที่สุดคือ กินให้เร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยง อย่ารอให้ใกล้ครบเวลาแล้วค่อยกิน เพราะแม้ยาจะยังใช้ได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แต่ประสิทธิภาพโดยรวมจะดีกว่าเมื่อใช้เร็วกว่า
- ถ้าเป็น levonorgestrel ให้ใช้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
- ถ้าเป็น ulipristal acetate ให้ใช้ภายใน 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน
ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดโดยทั่วไปเป็นการรับประทาน 1 เม็ดตามชนิดของยา ตามข้อมูลที่ NHS ให้ไว้ แต่รายละเอียดอาจต่างกันตามผลิตภัณฑ์หรือประเทศ จึงควรอ่านฉลากและเอกสารกำกับยาเสมอ หรือถามเภสัชกรก่อนใช้หากไม่แน่ใจ
ถ้าอาเจียนหลังใช้ยา ต้องทำยังไง?
นี่เป็นข้อที่หลายคนไม่รู้แต่สำคัญมาก NHS ระบุว่า ถ้าคุณอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง หลังใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน คุณอาจต้องรับประทานซ้ำอีกขนาดหนึ่งโดยเร็ว และควรสอบถามเภสัชกรหรือบุคลากรทางการแพทย์ทันที
ขณะที่ข้อมูลยาบางแหล่งและเอกสารกำกับยาหลายฉบับระบุกรอบเวลา 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ levonorgestrel และ ulipristal บางยี่ห้อ ดังนั้นในทางปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดคือ ถ้าอาเจียนภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังรับประทานยา ให้รีบถามเภสัชกรหรือแพทย์ทันทีว่า cầnกินซ้ำหรือไม่ แทนการเดาเอง
ยาคุมฉุกเฉินต่างจากยาคุมรายเดือนยังไง?
ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือ ยาคุมฉุกเฉินใช้หลังเกิดความเสี่ยงแล้ว ส่วนยาคุมรายเดือนใช้เพื่อป้องกันล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ ยาคุมฉุกเฉินจึงไม่ควรใช้แทนยาคุมรายเดือนในชีวิตประจำวัน เพราะประสิทธิภาพและรูปแบบการใช้งานต่างกัน
WHO ระบุชัดว่ายาคุมฉุกเฉินเหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น และผู้ที่ต้องใช้ซ้ำบ่อยควรพิจารณาวิธีคุมกำเนิดระยะยาวหรือแบบประจำที่เหมาะกับตนเองมากกว่า
ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา
1) ยาคุมฉุกเฉินไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
นี่เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ชัด ยาคุมฉุกเฉินช่วยเรื่อง ลดโอกาสตั้งครรภ์ แต่ไม่ป้องกัน HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ดังนั้นถ้ามีความเสี่ยงเรื่อง STI ควรประเมินเรื่องการตรวจหรือการป้องกันเพิ่มเติมด้วย
2) ใช้แล้วประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อนได้
หลังใช้ยา ประจำเดือนอาจมาเร็วขึ้น ช้าลง หรือมีเลือดกะปริบกะปรอยได้ WHO, NHS และ Mayo Clinic ต่างระบุว่าอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือรอบเดือนเปลี่ยนไปชั่วคราว
3) ถ้าประจำเดือนช้ากว่าปกติ ควรตรวจการตั้งครรภ์
Mayo Clinic แนะนำว่า หากไม่มีประจำเดือนภายในประมาณ 3 สัปดาห์ หลังใช้ยาคุมฉุกเฉิน ควรตรวจการตั้งครรภ์ ขณะที่ข้อมูล NHS ระบุว่าถ้าประจำเดือนช้ากว่าที่คาดประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ควรตรวจเช่นกัน
4) ยาคุมฉุกเฉินไม่ได้ป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากกินยา
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันอีกครั้งหลังใช้ยาแล้ว ยาเม็ดฉุกเฉินไม่ได้ครอบคลุมความเสี่ยงครั้งใหม่โดยอัตโนมัติ เอกสารกำกับยาหลายฉบับระบุชัดว่าหลังใช้ยา ควรมีวิธีป้องกันเพิ่มเติม เช่น ถุงยางอนามัย ไปจนกว่าจะเข้าสู่วิธีคุมกำเนิดประจำที่เหมาะสม
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้
ผลข้างเคียงที่พบได้มักไม่รุนแรงและหายได้เอง เช่น
- คลื่นไส้
- ปวดศีรษะ
- ปวดท้องหรือปวดคล้ายปวดประจำเดือน
- อ่อนเพลีย
- เลือดออกกะปริบกะปรอย
- ประจำเดือนมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ
ถ้ามีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ปวดท้องมาก เลือดออกมากผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
เมื่อไรควรไปพบแพทย์หรือเภสัชกร?
ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ถ้า
- ไม่แน่ใจว่าควรใช้ยาชนิดไหน
- กินยาไปแล้วอาเจียน
- มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันอีกหลังใช้ยา
- ประจำเดือนมาช้าผิดปกติ
- มีอาการปวดท้องหรือเลือดออกมากผิดปกติ
- ต้องใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยจนเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แค่สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
การถามเภสัชกรไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะหลายครั้งเขาช่วยประเมินได้เลยว่าสถานการณ์นั้นยังอยู่ในกรอบเวลาที่ใช้ยาได้หรือควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาวิธีอื่น เช่น copper IUD
สรุป
ถ้าถามว่า คุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร คำตอบที่สั้นและชัดที่สุดคือ มันคือวิธีลดโอกาสตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือหลังการคุมกำเนิดผิดพลาด โดยควรใช้ให้เร็วที่สุด และไม่ควรใช้แทนการคุมกำเนิดประจำ
สิ่งที่ควรจำให้ได้มี 5 ข้อ
- ยิ่งใช้เร็ว ยิ่งได้ผลดี
- Levonorgestrel ใช้ภายใน 72 ชั่วโมง
- Ulipristal acetate ใช้ได้ภายใน 120 ชั่วโมง
- ห่วงทองแดงเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในกลุ่มคุมกำเนิดฉุกเฉิน
- ยาคุมฉุกเฉินไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ใครสนใจเข้ารับปรึกษาทำหมันชาย สามารถทักสอบถามทาง LINE OA หรือ แวะเข้าสอบถามสาขาใกล้บ้าน คลิกเพื่อดูสาขาใกล้บ้านท่าน
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคุมกำเนิดฉุกเฉิน
ไม่ใช่ ยาคุมฉุกเฉินทำงานหลักโดยป้องกันหรือชะลอการตกไข่เพื่อช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์หลังมีความเสี่ยง ไม่ใช่ยาทำแท้ง
ขึ้นอยู่กับชนิดของยา โดย levonorgestrel ควรใช้ภายใน 72 ชั่วโมง ส่วน ulipristal acetate ใช้ได้ภายใน 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน
ยังอาจได้ผลถ้ายังอยู่ในกรอบเวลาของยาชนิดนั้น แต่หลักสำคัญคือยิ่งกินเร็ว ยิ่งมีโอกาสได้ผลดีกว่า
ยาคุมฉุกเฉินมีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ไม่ควรใช้แทนวิธีคุมกำเนิดประจำ หากต้องใช้บ่อยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกว่า
ถ้าอาเจียนภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังใช้ยา อาจต้องกินซ้ำอีกขนาดหนึ่ง ควรรีบถามเภสัชกรหรือแพทย์ทันที










รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
วัฒนธรรมเรื่องเพศในประเทศต่างๆ
เรื่องเพศเป็นส่
วัดขนาดถุงยางอย่างไรให้พอดี เลือกไซซ์ 49 52 54 56 แบบเข้าใจง่าย
10 เทคนิคลดความกังวลก่อนมีเพศสัมพันธ์
ความกังวลก่อนมี
ถุงยางอนามัยแบบบาง หาซื้อได้ที่ไหน? แบบไหนดี เลือกยังไงให้ปลอดภัย
เวลาคนค้นหาคำว่
คุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร? วิธีใช้ยาอย่างถูกต้องและข้อควรรู้ก่อนใช้
หลายคนรู้จักคำว
ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไหนดี: โรงพยาบาล หรือ คลินิก แบบไหนเหมาะกับคุณ?
เวลาคนค้นหาคำว่
เวทเทรนนิ่งทำให้ “มังกรน้อย” ใหญ่ขึ้นได้ไหม?
ผม หมอเบียร์ (น
เพิ่มขนาดด้วย “เนื้อเยื่อตัวเอง หรือไขมันตัวเอง” ทำไมถึงไม่คุ้มเจ็บ”
ผมหมอเบียร์ (นพ