5 เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิด: ปรับความคิด ลดแรงกดดัน และดูแลสุขภาพให้ตรงจุด

เรื่องบนเตียง

เรื่องบนเตียงเป็นเรื่องที่ผู้ชายจำนวนมากเรียนรู้จากสื่อ คำบอกเล่า หรือการเปรียบเทียบ มากกว่าข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งความเข้าใจผิดเหล่านี้กลายเป็นแรงกดดัน ความกังวล หรือทำให้สื่อสารกับคู่ได้ยากขึ้น

บทความนี้สรุป 5 เรื่องที่ผู้ชายมักเข้าใจผิดในมุมสุขภาพ ความสัมพันธ์ และการประเมินทางการแพทย์ โดยเน้นว่าไม่ควรใช้ขนาด ความถี่ หรือการถึงจุดสุดยอดเป็นตัวตัดสินคุณค่าของตัวเองหรือความสัมพันธ์ทั้งหมด

5 เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิด
ความเข้าใจผิดเรื่องบนเตียงมักเกิดจากภาพจำ การเปรียบเทียบ และการไม่กล้าสื่อสาร มากกว่าข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง

เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิดมากที่สุดคืออะไร?

เรื่องที่เข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าขนาดต้องมาก่อน ต้องพร้อมเสมอ ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง ความเงียบแปลว่าพอใจ และถ้ามีปัญหาแปลว่าตัวเองผิดปกติ

ความจริงคือเรื่องบนเตียงเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น สุขภาพกาย สุขภาพใจ ความเครียด ความสัมพันธ์ การสื่อสาร ED หลั่งเร็ว ยาที่ใช้ ฮอร์โมน และความคาดหวังของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นหากมีปัญหาต่อเนื่อง ควรประเมินสาเหตุจริงมากกว่าตัดสินตัวเองจากความเชื่อเดิม

  • ขนาดอวัยวะเพศไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดคุณภาพความสัมพันธ์หรือความพึงพอใจ
  • ผู้ชายไม่จำเป็นต้องพร้อม เก่ง หรือควบคุมทุกอย่างได้ทุกครั้ง เพราะสุขภาพและอารมณ์เปลี่ยนได้
  • ความเงียบของคู่ไม่ได้แปลว่าพอใจเสมอไป การสื่อสารอย่างเคารพกันสำคัญกว่าเดาเอง
  • การถึงจุดสุดยอดไม่ควรถูกทำให้เป็นหน้าที่หรือบททดสอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ED หลั่งเร็ว หลั่งช้า หรือความกังวลเรื่องสมรรถภาพเป็นเรื่องที่ประเมินและดูแลได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • หากปัญหากระทบชีวิต ความสัมพันธ์ หรือความมั่นใจ ควรพบแพทย์เพื่อแยกสาเหตุอย่างเป็นระบบ

สารบัญ

ทำไมผู้ชายถึงเข้าใจผิดเรื่องบนเตียงได้ง่าย

ความเข้าใจผิดเรื่องบนเตียงเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะหลายคนเรียนรู้จากสื่อออนไลน์ ภาพจำ วัฒนธรรมการล้อเลียน หรือการเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยไม่ค่อยมีพื้นที่ปลอดภัยให้ถามหรือคุยเรื่องสุขภาพทางเพศอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้ชายจำนวนหนึ่งจึงตีความปัญหาเล็ก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เช่น แข็งตัวไม่ดีครั้งเดียวก็คิดว่าเป็น ED แน่ ๆ หรือคู่ไม่พูดอะไรก็คิดว่าไม่พอใจ ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวกับความเครียด ความเหนื่อย การนอน ยา สุขภาพ หรือการสื่อสารที่ยังไม่ชัดเจน

เรียนรู้จากสื่อมากกว่าสุขภาพจริง

สื่อจำนวนมากสร้างภาพจำที่ไม่ตรงกับชีวิตจริง ทำให้เกิดความคาดหวังเกินจริง

ไม่กล้าพูดเพราะอาย

เมื่อไม่กล้าคุยกับคู่หรือแพทย์ ความกังวลมักถูกขยายด้วยการคิดไปเอง

เปรียบเทียบตัวเองมากเกินไป

การเปรียบเทียบกับคนอื่นทำให้ไม่เห็นความจริงว่าแต่ละคนมีสุขภาพและความสัมพันธ์ต่างกัน

เข้าใจว่าเรื่องบนเตียงต้องสมบูรณ์แบบ

ความคาดหวังว่าทุกครั้งต้องดีเหมือนเดิม อาจสร้างแรงกดดันจนทำให้ปัญหาเกิดซ้ำ

ความเข้าใจผิดที่ 1: ขนาดสำคัญที่สุด

ผู้ชายจำนวนมากเชื่อว่าขนาดอวัยวะเพศเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ทั้งความมั่นใจ ความพึงพอใจ และคุณภาพความสัมพันธ์ แต่ในความเป็นจริง ขนาดเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยเท่านั้น ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

สิ่งที่มีผลต่อความสัมพันธ์มักรวมถึงความไว้วางใจ การสื่อสาร ความสบายใจ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ความเครียด และการรับฟังกัน หากผู้ชายโฟกัสแต่ขนาด อาจมองข้ามปัญหาจริง เช่น ED ความกังวล การสื่อสาร หรือความไม่เข้าใจระหว่างคู่

ความเชื่อเดิม มุมมองที่ควรปรับ ควรประเมินอะไร
ขนาดคือทุกอย่าง ขนาดเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ความสัมพันธ์และสุขภาพสำคัญร่วมกัน ความมั่นใจ ED ความคาดหวัง และการสื่อสารกับคู่
ใหญ่ขึ้นแล้วทุกอย่างดีขึ้น การเพิ่มขนาดไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา และมีข้อจำกัด/ความเสี่ยง เป้าหมายจริงคือขนาด ความมั่นใจ หรือปัญหาสมรรถภาพ
ถ้าไม่มั่นใจ ต้องทำหัตถการทันที ควรประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร ไม่ใช่ตัดสินใจจากความกังวล ขนาดจริง ความยาวที่มองเห็น ED ไขมันหัวหน่าว และภาพลักษณ์ตนเอง
ความเข้าใจผิดเรื่องขนาดอวัยวะเพศกับความสัมพันธ์

ความเข้าใจผิดที่ 2: ผู้ชายต้องพร้อมและเก่งเสมอ

ความคิดว่าผู้ชายต้องพร้อมทุกครั้งและควบคุมทุกอย่างได้เสมอ เป็นหนึ่งในแรงกดดันที่ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสมรรถภาพได้ง่าย ทั้งที่ร่างกายมนุษย์เปลี่ยนแปลงตามความเครียด การนอน สุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และสภาพจิตใจ

หากเกิดปัญหาเป็นครั้งคราว ไม่ควรรีบตัดสินว่าตัวเองผิดปกติ แต่ถ้าเกิดซ้ำ ต่อเนื่อง หรือกระทบความสัมพันธ์ ควรประเมินว่าเกี่ยวกับ ED หลั่งเร็ว ความเครียด ฮอร์โมน ยา หรือโรคประจำตัวหรือไม่

จุดที่ควรระวัง: การซื้อยาเองหรือใช้ผลิตภัณฑ์ออนไลน์เพราะอยาก “พร้อมเสมอ” อาจไม่ตรงสาเหตุและเสี่ยงผลข้างเคียง โดยเฉพาะคนที่มีโรคหัวใจ ความดัน หรือใช้ยาหลายชนิด

ความเข้าใจผิดที่ 3: ความเงียบแปลว่าพอใจ

การไม่พูดไม่ได้แปลว่าพอใจเสมอไป บางคนอาจไม่กล้าบอกความรู้สึก เพราะกลัวทำให้อีกฝ่ายเสียใจ กลัวถูกตัดสิน หรือไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้ปลอดภัย

ความสัมพันธ์ที่ดีควรมีพื้นที่ให้สื่อสารอย่างเคารพกัน ไม่ใช่การเดาเองทั้งหมด การถามอย่างสุภาพ รับฟังโดยไม่โต้แย้งทันที และไม่ทำให้การคุยกลายเป็นการสอบสวน จะช่วยลดความเข้าใจผิดได้มาก

ถามโดยไม่กดดัน

ใช้ภาษาที่ให้พื้นที่อีกฝ่ายตอบได้อย่างสบายใจ ไม่ใช่ถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ตัวเองอยากได้

ฟังโดยไม่ป้องกันตัวทันที

เมื่ออีกฝ่ายสื่อสาร ควรฟังก่อน ไม่รีบโทษตัวเองหรือโทษอีกฝ่าย

คุยเรื่องความสบายใจ

ความสบายใจและขอบเขตสำคัญกว่าการพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามภาพจำ

ยอมรับความต่าง

แต่ละคนมีความต้องการ ความกังวล และการตอบสนองไม่เหมือนกัน

การสื่อสารเรื่องบนเตียงช่วยลดความเข้าใจผิด

ความเข้าใจผิดที่ 4: ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง

การถึงจุดสุดยอดไม่ควรถูกทำให้เป็น “หน้าที่” หรือ “บททดสอบความสามารถ” ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะยิ่งตั้งเป้าว่าต้องเกิดขึ้นทุกครั้ง อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันและทำให้ร่างกายตอบสนองยากขึ้น

การตอบสนองทางเพศของผู้หญิงเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ความสบายใจ ความสัมพันธ์ ความเครียด สุขภาพกาย ฮอร์โมน ยา ความเจ็บปวด และประสบการณ์ส่วนตัว ดังนั้นไม่ควรสรุปว่าเกิดจากฝ่ายชายอย่างเดียว

มุมมองที่ปลอดภัยกว่า: เปลี่ยนจาก “ต้องทำให้ถึง” เป็น “เข้าใจ สื่อสาร และดูแลความสบายใจร่วมกัน” จะลดแรงกดดันและช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นกว่าเดิม

ความเข้าใจผิดที่ 5: ถ้ามีปัญหา แปลว่าผิดปกติหรือหมดความมั่นใจไปแล้ว

ปัญหาบนเตียงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และไม่ได้แปลว่าคุณผิดปกติทันที เช่น ความเครียด นอนน้อย เหนื่อย ความสัมพันธ์ตึงเครียด ยาบางชนิด โรคประจำตัว หรือการกังวลมากเกินไป ล้วนมีผลต่อการตอบสนองของร่างกายได้

สิ่งสำคัญคือแยกให้ชัดว่าเป็นปัญหาเป็นครั้งคราว หรือเกิดซ้ำจนกระทบชีวิต หากมีอาการต่อเนื่อง เช่น ED หลั่งเร็ว เสร็จยาก เจ็บ ระคายเคือง หรือความกังวลมาก ควรประเมินกับแพทย์แทนการเก็บไว้คนเดียว

ปัญหาเรื่องบนเตียงของผู้ชายควรประเมินสุขภาพร่วมด้วย

เมื่อปัญหาอาจเกี่ยวกับสุขภาพจริง

แม้หลายปัญหาเกิดจากความกังวลหรือการสื่อสาร แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณสุขภาพที่ควรประเมิน เช่น ED ต่อเนื่อง หลั่งเร็วที่รบกวนชีวิต เสร็จยากผิดปกติ เจ็บ ระคายเคือง หนังหุ้มปลายตีบ กลิ่นผิดปกติ หรือการอักเสบซ้ำ

อาการที่พบ อาจเกี่ยวกับอะไร ควรเริ่มจากอะไร
แข็งตัวไม่เต็มที่หรือไม่มั่นคง ED, ความเครียด, เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน, ฮอร์โมน, ยาที่ใช้ ประเมิน ED และสุขภาพหลอดเลือด
หลั่งเร็วหรือควบคุมเวลาไม่ได้ หลั่งเร็วแบบเป็นมาตั้งแต่แรกหรือเพิ่งเกิด, ED ร่วม, ความกังวล แยกชนิดและสาเหตุก่อนเลือกวิธีรักษา
เสร็จยากหรือไม่เสร็จ ความเครียด ยา ความคุ้นชิน พฤติกรรมซ้ำ ๆ หรือ delayed ejaculation ประเมินยา สุขภาพจิต ED และพฤติกรรมร่วม
เจ็บ ตึง หรือระคายเคือง หนังหุ้มปลายตีบ เส้นสองสลึงตึง การอักเสบ หรือผิวหนังระคายเคือง ตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ
กลิ่น ผื่น คัน หรืออักเสบซ้ำ สุขอนามัย เชื้อรา แบคทีเรีย หนังหุ้มปลาย หรือโรคผิวหนัง ประเมินก่อนใช้ยาเอง

สื่อสารอย่างไรให้ลดแรงกดดัน

การสื่อสารเรื่องบนเตียงควรเริ่มจากความเคารพ ไม่ใช่การจับผิดหรือการพิสูจน์ว่าใครถูกผิด การพูดด้วยภาษาที่ปลอดภัยจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจปัญหาจริงมากขึ้น

  • พูดจากความรู้สึกของตัวเอง เช่น “ผมกังวลเรื่องนี้” แทนการกล่าวโทษ
  • ไม่คาดเดาว่าอีกฝ่ายคิดอะไรโดยไม่ถาม
  • ให้พื้นที่อีกฝ่ายพูดโดยไม่รีบป้องกันตัวหรือสรุปแทน
  • ไม่ทำให้เรื่องบนเตียงเป็นการแข่งขันหรือการสอบผ่าน
  • ตกลงกันว่าหากมีอาการเจ็บ ไม่สบาย หรือกังวล สามารถหยุดและคุยกันได้
  • หากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ควรคุยกันเรื่องการไปพบแพทย์อย่างเป็นกลาง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากเป็นความเข้าใจผิดหรือความกังวลเล็กน้อย การปรับมุมมองและสื่อสารอาจช่วยได้ แต่ถ้ามีอาการซ้ำหรือกระทบชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเป็นระบบ

  • ED เกิดซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง
  • หลั่งเร็ว เสร็จยาก หรือควบคุมการหลั่งไม่ได้จนกังวล
  • เจ็บ ตึง แสบ ระคายเคือง หรือมีแผลซ้ำ
  • หนังหุ้มปลายรูดเปิดยากหรืออักเสบบ่อย
  • มีกลิ่น ผื่น คัน แดง บวม หรือสารคัดหลั่งผิดปกติ
  • ความกังวลเรื่องขนาดหรือสมรรถภาพทำให้หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์
  • ใช้ยาเองหรือผลิตภัณฑ์ออนไลน์แล้วไม่ดีขึ้น
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหัวใจ หรือใช้ยาหลายชนิด
ควรรีบพบแพทย์: หากมีปวดมาก บวมแดงร้อน มีหนอง มีไข้ ปัสสาวะแสบขัดรุนแรง แผลลุกลาม หรืออวัยวะเพศบวมผิดปกติ

สรุป: เรื่องบนเตียงไม่ควรถูกตัดสินจากความเชื่อหรือแรงกดดัน

5 เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิดมักมีจุดร่วมคือการใช้ความคาดหวังแทนความจริง เช่น คิดว่าขนาดสำคัญที่สุด ต้องพร้อมเสมอ ความเงียบแปลว่าพอใจ ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงทุกครั้ง หรือมีปัญหาแปลว่าตัวเองผิดปกติ

แนวทางที่ปลอดภัยกว่า คือเข้าใจสุขภาพของตัวเอง สื่อสารกับคู่ให้มากขึ้น ลดการเปรียบเทียบ และถ้ามีอาการซ้ำหรือกระทบความมั่นใจ ควรประเมินกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุจริง ไม่ใช่แก้จากความกังวลหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์

ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
Mayo Clinic: Female sexual dysfunction symptoms and causes,
Mayo Clinic: Female sexual dysfunction diagnosis and treatment,
Cleveland Clinic: Erectile Dysfunction,
Cleveland Clinic: Sexual performance anxiety,
Mayo Clinic: Erectile dysfunction symptoms and causes และ
Mayo Clinic: Low sex drive in women

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิด

เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคืออะไร?

มักเป็นเรื่องขนาดสำคัญที่สุด ต้องพร้อมเสมอ ความเงียบแปลว่าพอใจ ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง และถ้ามีปัญหาแปลว่าตัวเองผิดปกติ ทั้งหมดนี้ควรปรับมุมมองให้สอดคล้องกับสุขภาพและความสัมพันธ์จริง

ขนาดอวัยวะเพศสำคัญที่สุดจริงไหม?

ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ความสัมพันธ์ที่ดีเกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ การสื่อสาร ความสบายใจ สุขภาพกาย สุขภาพใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขนาดเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบเท่านั้น

ผู้ชายจำเป็นต้องพร้อมทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็น ร่างกายเปลี่ยนแปลงตามความเครียด การนอน สุขภาพ โรคประจำตัว และยา หากมีปัญหาเป็นครั้งคราวอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ถ้าเกิดซ้ำควรประเมินแพทย์

ความเงียบของคู่แปลว่าพอใจไหม?

ไม่เสมอไป บางคนอาจไม่กล้าพูดหรือไม่รู้ว่าจะสื่อสารอย่างไร การคุยกันอย่างเคารพและปลอดภัยช่วยลดความเข้าใจผิดได้มากกว่าเดาเอง

ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงจุดสุดยอดทุกครั้งไหม?

ไม่ควรทำให้การถึงจุดสุดยอดเป็นหน้าที่หรือบททดสอบ เพราะอาจเพิ่มแรงกดดัน การตอบสนองทางเพศเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ความสบายใจ ความสัมพันธ์ สุขภาพ ยา ฮอร์โมน และความเครียด

ถ้ามี ED หรือหลั่งเร็ว แปลว่าผิดปกติไหม?

ไม่ควรตัดสินทันที แต่หากเกิดซ้ำหรือกระทบชีวิต ควรประเมินสาเหตุ เช่น หลอดเลือด ฮอร์โมน ความเครียด ยาที่ใช้ โรคประจำตัว หรือความกังวลเรื่องสมรรถภาพ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ควรพบแพทย์เมื่อมี ED ต่อเนื่อง หลั่งเร็ว เสร็จยาก เจ็บ ตึง ระคายเคือง อักเสบซ้ำ หรือความกังวลเรื่องสมรรถภาพ/ขนาดกระทบความสัมพันธ์และคุณภาพชีวิต

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชายและความสัมพันธ์ เกี่ยวกับความเข้าใจผิดเรื่องบนเตียงที่อาจสร้างแรงกดดัน ความกังวล และการสื่อสารที่ติดขัด โดยเน้นการปรับมุมมองและการประเมินสุขภาพเมื่อมีปัญหาต่อเนื่อง

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมี ED หลั่งเร็ว เสร็จยาก อาการเจ็บ ระคายเคือง หรือความกังวลต่อเนื่อง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

เรื่องบนเตียงไม่ควรถูกตัดสินจากภาพจำหรือแรงกดดันเพียงอย่างเดียว หากมีปัญหา ED หลั่งเร็ว ความกังวลเรื่องขนาด หรือความไม่มั่นใจต่อเนื่อง ควรประเมินสาเหตุจริง ไม่ใช่ซื้อยาเองหรือทำหัตถการจากความกลัว

กังวลเรื่อง ED หลั่งเร็ว ขนาด หรือความมั่นใจเรื่องบนเตียง?

เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูว่าสาเหตุเกี่ยวกับสุขภาพกาย ความเครียด ฮอร์โมน ยาที่ใช้ ความสัมพันธ์ หรือความคาดหวัง แล้ววางแผนดูแลให้ตรงจุด

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *