Kegel ผู้ชายคืออะไร เสริมสมรรถภาพทางเพศได้ไหม?

Kegel ในผู้ชาย

Kegel ผู้ชาย หรือ pelvic floor exercise คือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และมีบทบาทต่อการควบคุมปัสสาวะ รวมถึงการทำงานทางเพศบางส่วน

บทความนี้อธิบายว่า Kegel ผู้ชายคืออะไร ช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้แค่ไหน ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการฝึก วิธีเริ่มแบบปลอดภัย และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ โดยไม่ขายฝันว่า Kegel รักษา ED หรือหลั่งเร็วได้ทุกคน

Kegel ผู้ชายคืออะไร เสริมสมรรถภาพทางเพศได้ไหม
Kegel สำหรับผู้ชายคือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ไม่ใช่การรักษา ED หรือหลั่งเร็วแบบรับประกันผลทุกคน

Kegel ผู้ชายช่วยสมรรถภาพทางเพศได้ไหม?

Kegel อาจช่วยเสริมการควบคุมกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และอาจเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสมรรถภาพทางเพศในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาการควบคุมปัสสาวะ ปัสสาวะเล็ดหลังเข้าห้องน้ำ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง หรือมีหลั่งเร็ว/ED ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อและความกังวลร่วมด้วย

แต่ Kegel ไม่ใช่วิธีรักษา ED หรือหลั่งเร็วสำหรับทุกคน หากมีอาการแข็งตัวไม่เต็มที่ต่อเนื่อง หลั่งเร็วรุนแรง ปวดอุ้งเชิงกราน ปัสสาวะผิดปกติ หรือโรคประจำตัว ควรประเมินกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุจริงก่อน

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • Kegel คือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ไม่ใช่การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ
  • อาจช่วยเรื่องการควบคุมปัสสาวะ ปัสสาวะเล็ด และการรับรู้กล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน
  • อาจช่วยด้านสมรรถภาพทางเพศในบางราย แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของ ED หรือหลั่งเร็ว
  • ควรฝึกให้ถูกกล้ามเนื้อ ไม่กลั้นหายใจ ไม่เกร็งหน้าท้อง ก้น หรือต้นขามากเกินไป
  • ไม่ควรฝึกขณะปัสสาวะเป็นประจำ เพราะอาจรบกวนการขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
  • ถ้าฝึกแล้วปวด ตึง หรืออาการแย่ลง ควรหยุดและพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

สารบัญ

Kegel ผู้ชายคืออะไร

Kegel ผู้ชาย คือการฝึกหดและผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างเป็นจังหวะ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้อยู่บริเวณฐานเชิงกราน มีหน้าที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเปิดปิดของท่อปัสสาวะ

ในผู้ชาย กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานยังมีบทบาทต่อระบบปัสสาวะและการทำงานทางเพศบางส่วน เช่น การควบคุมปัสสาวะ การรับรู้กล้ามเนื้อบริเวณฐานเชิงกราน การแข็งตัว และการควบคุมการหลั่งในบางราย

สรุปง่าย ๆ: Kegel ไม่ใช่ท่าบริหารเพื่อ “เพิ่มขนาด” แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อภายในที่เกี่ยวกับการควบคุมปัสสาวะและสุขภาพเพศชายบางด้าน
กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานในผู้ชาย

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสำคัญกับผู้ชายอย่างไร

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานเหมือนฐานรองรับอวัยวะภายในช่วงล่าง ช่วยให้ระบบปัสสาวะและการขับถ่ายทำงานเป็นจังหวะ รวมถึงช่วยให้ผู้ชายรับรู้และควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกรานได้ดีขึ้น

ช่วยควบคุมปัสสาวะ

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่แข็งแรงช่วยให้ควบคุมการปัสสาวะได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำ

ช่วยพยุงอวัยวะภายใน

เป็นกล้ามเนื้อฐานสำคัญที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และโครงสร้างภายในอุ้งเชิงกราน

เกี่ยวข้องกับการแข็งตัว

กล้ามเนื้อบางส่วนในอุ้งเชิงกรานมีบทบาทต่อการไหลเวียนเลือดและการคงสภาพการแข็งตัวในบางกลไก

เกี่ยวข้องกับการหลั่ง

การรับรู้และควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณนี้อาจช่วยเรื่องการควบคุมการหลั่งในบางราย โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับการดูแลปัจจัยอื่น

Kegel เสริมสมรรถภาพทางเพศได้แค่ไหน

Kegel อาจช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศในบางด้าน โดยเฉพาะด้านการควบคุมกล้ามเนื้อ การรับรู้ร่างกาย และความมั่นใจ แต่ไม่ควรเข้าใจว่า Kegel เป็นการรักษาหลักของ ED หรือหลั่งเร็วทุกกรณี เพราะปัญหาเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ไขมัน ฮอร์โมน ยาที่ใช้ ความเครียด หรือความสัมพันธ์ด้วย

เรื่องที่ Kegel อาจช่วยได้ ช่วยอย่างไร ข้อจำกัด
ED บางราย อาจช่วยเสริมการควบคุมกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและการทำงานร่วมกับหลอดเลือดบางส่วน ถ้า ED เกิดจากเบาหวาน หลอดเลือด ฮอร์โมนต่ำ หรือโรคหัวใจ ต้องรักษาสาเหตุร่วมด้วย
หลั่งเร็วบางราย อาจช่วยให้รับรู้และควบคุมกล้ามเนื้อเชิงกรานได้ดีขึ้นเมื่อฝึกถูกวิธี ถ้ามีความเครียดสูง ED ร่วม หรืออาการรุนแรง ควรประเมินกับแพทย์
ความมั่นใจ การฝึกสม่ำเสมออาจทำให้รู้สึกควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น ไม่ควรใช้เป็นวิธีเดียวหากมีปัญหาทางเพศต่อเนื่อง
ปัญหาหลังการรักษาบางอย่าง บางรายอาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูระบบปัสสาวะหลังการรักษาทางยูโรวิทยา ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะหลังผ่าตัดหรือมีอาการปวด
ไม่ควรเข้าใจผิด: หากมี ED ต่อเนื่องหรือแข็งตัวไม่เต็มที่บ่อย ๆ ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรฝึก Kegel อย่างเดียวแล้วปล่อยปัญหาหลอดเลือด เบาหวาน ฮอร์โมน หรือโรคหัวใจไว้โดยไม่ประเมิน
Kegel ผู้ชายกับสุขภาพเพศชายและการควบคุมกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

Kegel กับการควบคุมปัสสาวะ

หนึ่งในประโยชน์ที่ชัดเจนของการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคือการช่วยควบคุมระบบปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้ชายที่มีอาการปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำ หรือควบคุมปัสสาวะได้ไม่ดีเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม หากมีปัสสาวะแสบขัด ปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีเลือด ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะกลางคืนบ่อยร่วมด้วย ควรตรวจแยกโรคทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก เบาหวาน หรือภาวะอื่น ไม่ควรสรุปว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออ่อนแรงเสมอไป

ปัสสาวะเล็ด

Kegel อาจช่วยในบางราย โดยเฉพาะเมื่ออาการเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง

ปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำ

บางรายอาจดีขึ้นเมื่อควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะและอุ้งเชิงกรานได้ดีขึ้น

หลังการรักษาทางยูโรวิทยา

บางคนอาจได้รับคำแนะนำให้ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหลังการรักษาบางอย่าง ควรทำตามแพทย์

อาการปัสสาวะผิดปกติอื่น

ถ้ามีแสบขัด เลือดปน หรือปัสสาวะไม่ออก ควรตรวจ ไม่ควรฝึกแทนการรักษา

วิธีเริ่มฝึก Kegel ผู้ชายแบบปลอดภัย

การฝึก Kegel ที่ดีควรเริ่มเบา ๆ ให้ถูกกล้ามเนื้อ และไม่ทำจนเกิดอาการปวดหรือตึงมากเกินไป จุดสำคัญคือการหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้เจอ แล้วฝึกหดและผ่อนคลายอย่างสม่ำเสมอ

ขั้นตอน วิธีทำแบบปลอดภัย ข้อควรระวัง
1. หากล้ามเนื้อที่ถูกต้อง ลองสังเกตกล้ามเนื้อที่ใช้เหมือนตอนกลั้นปัสสาวะหรือกลั้นลม แต่ไม่ควรฝึกขณะปัสสาวะเป็นประจำ อย่าเกร็งหน้าท้อง ก้น หรือต้นขาแทนกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
2. เริ่มจากระยะสั้น หดกล้ามเนื้อเบา ๆ ประมาณ 3–5 วินาที แล้วผ่อนคลายเท่า ๆ กัน ห้ามกลั้นหายใจและไม่ควรเกร็งแรงจนเจ็บ
3. ทำเป็นรอบ เริ่มประมาณ 8–10 ครั้งต่อรอบ วันละ 1–2 รอบ แล้วค่อยปรับตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทำถี่มาก เพราะกล้ามเนื้ออาจล้าและตึงได้
4. ฝึกสม่ำเสมอ ฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์จึงค่อยประเมินการเปลี่ยนแปลง ถ้าอาการปัสสาวะหรือสมรรถภาพไม่ดีขึ้น ควรตรวจหาสาเหตุ
5. หยุดเมื่อมีอาการผิดปกติ หากปวด ตึง ชา หรือปัสสาวะผิดปกติ ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ อย่าฝืน เพราะบางรายมี pelvic floor ตึงเกิน ไม่ใช่อ่อนแรง
เคล็ดลับสำคัญ: Kegel ที่ดีไม่ใช่การขมิบแรงที่สุด แต่คือการหดกล้ามเนื้อถูกจุด ผ่อนคลายเป็น และทำสม่ำเสมอโดยไม่ทำให้เจ็บ
วิธีฝึก Kegel ผู้ชายเบื้องต้นแบบปลอดภัย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการฝึก Kegel

หลายคนฝึก Kegel แล้วไม่เห็นผล เพราะเกร็งผิดกล้ามเนื้อ ฝึกหนักเกินไป หรือฝึกในจังหวะที่ไม่เหมาะสม การแก้ข้อผิดพลาดเหล่านี้ช่วยให้ฝึกได้ปลอดภัยและมีโอกาสได้ผลมากขึ้น

ฝึกขณะปัสสาวะบ่อย ๆ

การลองหยุดปัสสาวะอาจช่วยให้รู้กล้ามเนื้อครั้งแรก แต่ไม่ควรทำเป็นประจำ เพราะอาจรบกวนการขับปัสสาวะ

เกร็งก้นหรือหน้าท้องแทน

ถ้าเกร็งผิดจุด อาจไม่ช่วยอุ้งเชิงกราน และทำให้ล้าหรือปวดบริเวณอื่นแทน

ฝึกหนักเกินไป

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานก็ล้าได้ หากฝึกมากเกิน อาจเกิดตึง ปวด หรือควบคุมแย่ลง

คาดหวังเร็วเกินจริง

การฝึกกล้ามเนื้อต้องใช้เวลา หากมี ED หรือหลั่งเร็วจากสาเหตุอื่น ต้องรักษาร่วมด้วย

ระวัง pelvic floor ตึงเกิน: บางคนไม่ได้มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่มีอุ้งเชิงกรานตึงหรือปวด หากฝึกขมิบเพิ่มอาจทำให้อาการแย่ลง ควรประเมินก่อนฝึกต่อ

ใครเหมาะกับการฝึก Kegel ผู้ชาย

Kegel อาจเหมาะกับผู้ชายหลายกลุ่ม แต่ควรเริ่มอย่างเหมาะสมและไม่ฝืน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปัสสาวะผิดปกติหรือปัญหาสมรรถภาพทางเพศต่อเนื่อง ควรประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อไม่ให้พลาดสาเหตุสำคัญ

ผู้ที่มีปัสสาวะเล็ด

โดยเฉพาะปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม ออกแรง หรือปัสสาวะหยดหลังเข้าห้องน้ำ

ผู้ที่ต้องการดูแลอุ้งเชิงกราน

เหมาะกับคนที่อยากฝึกการรับรู้กล้ามเนื้อภายในและดูแลสุขภาพระยะยาว

ผู้ที่มีหลั่งเร็วบางราย

อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแล เมื่อประเมินแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อและไม่มีข้อห้าม

ผู้ที่มี ED บางรูปแบบ

อาจช่วยเสริมแผนดูแลร่วมกับการรักษาสาเหตุ เช่น หลอดเลือด ฮอร์โมน เบาหวาน หรือความเครียด

ผู้ที่ฟื้นฟูหลังการรักษาบางอย่าง

บางรายหลังการรักษาทางยูโรวิทยาอาจได้รับคำแนะนำให้ฝึกภายใต้แพทย์

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฝึกเอง

ผู้ที่มีปวดเชิงกรานมาก ปัสสาวะผิดปกติรุนแรง หรือฝึกแล้วอาการแย่ลง ควรพบแพทย์ก่อน

ใครบ้างที่เหมาะกับการฝึก Kegel ผู้ชาย

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์แทนการฝึกเอง

แม้ Kegel จะเป็นการฝึกที่ทำได้ง่าย แต่บางอาการควรได้รับการตรวจ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก ED หรือปัญหาสุขภาพอื่นที่ต้องรักษาให้ตรงสาเหตุ

  • มี ED ต่อเนื่อง แข็งตัวไม่เต็มที่ หรืออาการแย่ลง
  • มีหลั่งเร็วรุนแรง กระทบความมั่นใจ หรือเกิดร่วมกับ ED
  • ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือด ปัสสาวะไม่ออก หรือปวดปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ปวดอุ้งเชิงกราน ปวดฝีเย็บ ปวดอัณฑะ หรือปวดหลังส่วนล่างร่วมด้วย
  • ฝึก Kegel แล้วปวด ตึง ชา หรือปัสสาวะแย่ลง
  • เคยผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือรักษาทางยูโรวิทยา และไม่แน่ใจว่าควรฝึกอย่างไร
  • มีเบาหวาน โรคหัวใจ ความดัน ไขมันสูง หรือโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับ ED
ข้อควรระวังในการฝึก Kegel ผู้ชาย

สรุป: Kegel ผู้ชายช่วยได้บางด้าน แต่ควรฝึกให้ถูกและไม่มองข้ามสาเหตุจริง

Kegel ผู้ชายคือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อาจช่วยเรื่องการควบคุมปัสสาวะ การรับรู้กล้ามเนื้อภายใน และอาจเป็นส่วนเสริมในการดูแล ED หรือหลั่งเร็วบางราย แต่ไม่ใช่การรักษาครอบจักรวาล และไม่ใช่วิธีเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ

หากต้องการฝึก ควรเริ่มเบา ๆ ฝึกถูกกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายเป็น ไม่ฝึกขณะปัสสาวะเป็นประจำ และหยุดเมื่อมีอาการปวดหรือตึงผิดปกติ หากมี ED หลั่งเร็ว ปัสสาวะผิดปกติ หรืออาการเป็นต่อเนื่อง ควรประเมินกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์

ข้อมูลนี้เรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทั่วไป และควรใช้ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์หากมีอาการผิดปกติ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
Mayo Clinic: Kegel exercises for men,
Cleveland Clinic: Kegel Exercises for Men,
Cleveland Clinic: Kegel Exercises,
Healthy Male: Pelvic floor exercises for premature ejaculation,
American Urological Association: Erectile Dysfunction Guideline และ
NHS: Urinary incontinence

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Kegel ผู้ชาย

Kegel ผู้ชายคืออะไร?

Kegel ผู้ชายคือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยการหดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปัสสาวะ การขับถ่าย และการทำงานทางเพศบางส่วน

Kegel ผู้ชายช่วยสมรรถภาพทางเพศได้ไหม?

อาจช่วยในบางราย โดยเฉพาะด้านการควบคุมกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การรับรู้ร่างกาย และความมั่นใจ แต่ไม่ใช่วิธีรักษา ED หรือหลั่งเร็วทุกกรณี หากมีอาการต่อเนื่องควรพบแพทย์

ฝึก Kegel แล้วช่วย ED ได้ไหม?

อาจเป็นส่วนเสริมในบางราย แต่ ED มีหลายสาเหตุ เช่น หลอดเลือด เบาหวาน ฮอร์โมน ยาที่ใช้ หรือความเครียด จึงควรประเมินสาเหตุร่วมด้วย ไม่ควรฝึกอย่างเดียวแล้วปล่อยอาการไว้

Kegel ช่วยหลั่งเร็วได้ไหม?

อาจช่วยเพิ่มการควบคุมการหลั่งในบางรายเมื่อฝึกถูกวิธีและไม่มีปัจจัยอื่นรบกวน แต่หากหลั่งเร็วรุนแรงหรือมี ED ร่วมด้วย ควรประเมินกับแพทย์

ต้องฝึก Kegel นานแค่ไหนถึงเห็นผล?

การเปลี่ยนแปลงมักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์และขึ้นกับความสม่ำเสมอ ความถูกต้องของการฝึก และสาเหตุของอาการ หากฝึกแล้วไม่ดีขึ้นหรืออาการแย่ลงควรพบแพทย์

ฝึก Kegel ขณะปัสสาวะได้ไหม?

อาจใช้เพื่อสังเกตกล้ามเนื้อในครั้งแรกได้บ้าง แต่ไม่ควรฝึกขณะปัสสาวะเป็นประจำ เพราะอาจรบกวนกลไกการขับปัสสาวะตามธรรมชาติ

ฝึก Kegel มากเกินไปมีผลเสียไหม?

มีได้ หากฝึกหนักหรือถี่เกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึง ปวด หรืออาการแย่ลง ควรฝึกอย่างพอดีและหยุดหากมีอาการผิดปกติ

ใครควรพบแพทย์ก่อนฝึก Kegel?

ผู้ที่มี ED ต่อเนื่อง หลั่งเร็วรุนแรง ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือด ปวดอุ้งเชิงกราน เคยผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือฝึกแล้วปวด/อาการแย่ลง ควรพบแพทย์ก่อนฝึกต่อ

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเพศชาย โดยอธิบายว่า Kegel ผู้ชายคืออะไร กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสำคัญอย่างไร อาจช่วยเรื่อง ED หลั่งเร็ว หรือปัสสาวะเล็ดได้แค่ไหน และควรฝึกอย่างไรให้ปลอดภัย

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมี ED ต่อเนื่อง หลั่งเร็วรุนแรง ปัสสาวะผิดปกติ ปวดอุ้งเชิงกราน หรือมีโรคประจำตัว ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

Kegel เป็นหนึ่งในวิธีดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่มีประโยชน์ในบางราย แต่หากมี ED หลั่งเร็ว หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรตรวจหาสาเหตุร่วมด้วย เพื่อไม่ให้พลาดโรคหลอดเลือด เบาหวาน ฮอร์โมน ต่อมลูกหมาก หรือปัญหาทางเดินปัสสาวะที่ต้องรักษาเฉพาะทาง

มี ED หลั่งเร็ว หรือปัสสาวะผิดปกติ และไม่แน่ใจว่าควรฝึก Kegel ไหม?

เริ่มจากการประเมินกับแพทย์ เพื่อดูว่าสาเหตุเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หลอดเลือด ฮอร์โมน ต่อมลูกหมาก หรือโรคประจำตัว ก่อนเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *