P-Shot หรือ PRP สำหรับผู้ชาย เป็นหนึ่งในทางเลือกฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศที่ใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตัวเอง เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสนับสนุนการไหลเวียนเลือดบริเวณอวัยวะเพศ
อย่างไรก็ตาม P-Shot ไม่ใช่วิธีวิเศษที่รักษานกเขาไม่ขันได้ทุกสาเหตุ และไม่ควรเคลมว่าหายขาดถาวรทุกคน เพราะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ฮอร์โมน ความเครียด การนอน หรือยาที่ใช้อยู่ จึงควรประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ
P-Shot อาจเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ชายที่มีภาวะนกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศบางกลุ่ม โดยใช้ PRP จากเลือดของตัวเองฉีดกลับเข้าสู่บริเวณที่แพทย์ประเมิน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือด
แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของ ED แต่ละคน หากมีโรคหลอดเลือด เบาหวาน ฮอร์โมนต่ำ หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพรุนแรง อาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น ยา ED, Shockwave, การปรับพฤติกรรม หรือแนวทางเฉพาะทางอื่น อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่หน้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
สารบัญ
P-Shot คืออะไร
P-Shot หรือ Platelet-Rich Plasma สำหรับผู้ชาย คือการนำเลือดของผู้รับบริการมาปั่นแยกเพื่อให้ได้ส่วนที่มีเกล็ดเลือดและสารกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แล้วฉีดกลับเข้าไปในตำแหน่งที่แพทย์ประเมินว่ามีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ
แนวคิดของ P-Shot คือการใช้กลไกการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายเป็นตัวช่วย ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช่การใส่วัสดุแปลกปลอม และไม่ใช่ยาเพิ่มขนาด แต่เป็นการฟื้นฟูที่ควรใช้ในคนที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

P-Shot ช่วยนกเขาไม่ขันอย่างไร
ภาวะนกเขาไม่ขันหรือ ED เกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการไหลเวียนเลือดและสุขภาพของเนื้อเยื่ออวัยวะเพศ P-Shot จึงถูกนำมาใช้ในบางโปรโตคอลเพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและการตอบสนองของหลอดเลือด
ฟื้นฟูเนื้อเยื่อเฉพาะจุด
PRP มีเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อเดิมของแต่ละคน
สนับสนุนการไหลเวียนเลือด
ในบางราย P-Shot อาจช่วยเสริมแผนฟื้นฟูการแข็งตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการดูแล ED ตามสาเหตุจริง
ไม่ใช่ยากระตุ้นทันที
P-Shot ไม่ใช่ยาแข็งตัวทันทีแบบ PDE5 inhibitors และไม่ใช่วิธีที่เห็นผลเหมือนกันทุกคน
ต้องประเมินโรคร่วม
ถ้ามีเบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหัวใจ หรือฮอร์โมนต่ำ ต้องดูแลปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย

P-Shot เหมาะกับใคร
P-Shot อาจเหมาะกับผู้ชายที่มีปัญหา ED ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพร่วมกับแนวทางอื่นหลังผ่านการประเมินจากแพทย์แล้ว
- มีอาการแข็งตัวไม่เต็มที่หรือคงการแข็งตัวได้ไม่นาน
- มีภาวะ ED ที่ต้องการทางเลือกเสริมแบบไม่ผ่าตัด
- เคยใช้ยา ED แล้วผลยังไม่สม่ำเสมอ และต้องการประเมินแผนฟื้นฟูเพิ่มเติม
- ต้องการฟื้นฟูสุขภาพเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุดตามแพทย์ประเมิน
- เข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนกันทุกคน และอาจต้องทำร่วมกับการรักษาอื่น

ใครควรประเมินให้ละเอียดก่อนทำ P-Shot
แม้ P-Shot จะใช้เลือดของตัวเอง แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนเหมาะกับการทำเสมอไป บางกลุ่มควรตรวจและประเมินความเสี่ยงก่อนอย่างละเอียด
- มีโรคเลือด เกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะเลือดออกง่าย
- ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- มีการติดเชื้อ แผล หรืออักเสบบริเวณอวัยวะเพศ
- มีโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดที่ยังควบคุมไม่ดี
- มีภาวะ ED รุนแรงหรือมีปัญหาเส้นเลือด/เส้นประสาทชัดเจน
- คาดหวังว่า P-Shot จะเพิ่มขนาดถาวรหรือรักษาหาย 100% ทุกกรณี
ขั้นตอนการทำ P-Shot โดยทั่วไป
รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามโปรโตคอลของแต่ละสถานพยาบาล แต่โดยทั่วไป P-Shot จะมีขั้นตอนหลักดังนี้
- แพทย์ซักประวัติ ประเมินอาการ ED และโรคประจำตัว
- ตรวจหรือประเมินความเหมาะสมก่อนทำ เช่น ยาที่ใช้อยู่ ภาวะเลือดออกง่าย หรือโรคที่ควบคุมไม่ดี
- เจาะเลือดในปริมาณที่เหมาะสม
- นำเลือดไปปั่นแยกเพื่อเตรียม PRP
- ใช้ยาชาเฉพาะที่หรือวิธีลดความเจ็บตามความเหมาะสม
- ฉีด PRP ในตำแหน่งที่แพทย์วางแผนไว้
- ให้คำแนะนำหลังทำและนัดติดตามผลตามโปรแกรม

เห็นผลเมื่อไหร่ และต้องทำกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ของ P-Shot มักค่อย ๆ เปลี่ยนตามการฟื้นฟูของร่างกาย ไม่ใช่ผลแบบทันทีเหมือนการใช้ยา ED บางชนิด บางรายอาจเริ่มรู้สึกการตอบสนองดีขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ แต่บางรายอาจต้องทำตามโปรโตคอลต่อเนื่องหรือรักษาปัจจัยอื่นร่วมด้วย
- บางรายเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2–6 สัปดาห์
- ผลชัดขึ้นหรือไม่ขึ้นกับสาเหตุ ED และสุขภาพหลอดเลือดเดิม
- บางเคสอาจวางแผน 1–3 ครั้ง ห่างกันตามแพทย์ประเมิน
- ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานต่างกันในแต่ละคน
- หากมี ED จากโรคเรื้อรัง ต้องควบคุมโรคหลักร่วมด้วย

หลังทำ P-Shot ต้องดูแลอย่างไร
หลังทำ P-Shot อาจมีบวม ช้ำ ตึง หรือระบมเล็กน้อยในช่วงแรก ส่วนมากอาการควรค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ต้องดูแลตามคำแนะนำแพทย์เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดความเสี่ยงแทรกซ้อน
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยับบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น
- หลีกเลี่ยงแรงเสียดสีหรือกิจกรรมทางเพศในช่วงที่แพทย์แนะนำ
- งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกระแทกในช่วงแรก
- สังเกตอาการบวม แดง ปวดมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติ
- มาตรวจติดตามตามนัดเพื่อประเมินผลและวางแผนต่อเนื่อง
ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ควรรู้
P-Shot เป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ แม้ใช้เลือดของตัวเองก็ตาม
ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน
คนที่มี ED จากหลอดเลือดเสียหายมาก เบาหวานเรื้อรัง หรือเส้นประสาทเสีย อาจตอบสนองน้อยกว่าคนที่มีอาการไม่รุนแรง
อาจมีบวมช้ำ
หลังฉีดอาจมีช้ำ บวม ตึง หรือระบมได้ในช่วงสั้น ๆ และควรดีขึ้นตามลำดับ
ไม่ใช่วิธีเพิ่มขนาดถาวร
P-Shot ไม่ใช่ฟิลเลอร์ ไม่ใช่การผ่าตัดเพิ่มขนาด และไม่ควรใช้แทนวิธีเพิ่มขนาดเฉพาะทาง
ต้องรักษาสาเหตุร่วม
ถ้า ED เกิดจากโรคเรื้อรัง ฮอร์โมนต่ำ หรือยาเดิม ต้องแก้ปัจจัยเหล่านั้นร่วมด้วยเพื่อผลที่เหมาะสม
- P-Shot คือการใช้ PRP จากเลือดตัวเองเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายบางราย
- อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือด แต่ไม่ใช่วิธีที่ได้ผลเหมือนกันทุกคน
- เหมาะเป็นทางเลือกเสริมในบางเคส ไม่ใช่การรักษา ED แบบหายขาดถาวรทุกสาเหตุ
- ต้องประเมินโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และสาเหตุของ ED ก่อนทำ
- หน้านี้เป็นคำถามย่อยเรื่อง P-Shot อ่านภาพรวมต่อที่หน้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
คำถามที่พบบ่อย
P-Shot คืออะไร
P-Shot คือการใช้ PRP หรือเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตัวเอง เพื่อฉีดฟื้นฟูบริเวณที่แพทย์ประเมินว่าเกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศชาย
P-Shot แก้นกเขาไม่ขันได้จริงไหม
อาจช่วยได้ในบางราย โดยเฉพาะกลุ่มที่เหมาะกับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือด แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของ ED แต่ละคน
P-Shot เจ็บไหม
โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ยาชาหรือวิธีลดความเจ็บตามความเหมาะสม หลังทำอาจมีตึง บวม หรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก
P-Shot ต้องทำกี่ครั้ง
บางรายอาจทำ 1–3 ครั้งตามโปรโตคอลและการตอบสนองของร่างกาย แต่ต้องให้แพทย์ประเมินจากอาการ ED โรคร่วม และเป้าหมายการรักษา
P-Shot เพิ่มขนาดได้ไหม
P-Shot ไม่ใช่ฟิลเลอร์และไม่ใช่การผ่าตัดเพิ่มขนาด จึงไม่ควรคาดหวังว่าเป็นวิธีเพิ่มขนาดถาวร หากต้องการเพิ่มขนาดควรประเมินแยกต่างหาก
ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร
หน้านี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบคำถามเฉพาะเรื่อง “นกเขาไม่ขัน แก้ด้วย P-Shot” โดยอธิบายหลักการของ PRP ความเหมาะสม ขั้นตอน ข้อจำกัด และการดูแลหลังทำอย่างปลอดภัย
ข้อมูลนี้ไม่ใช้แทนการตรวจจริง เพราะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ฮอร์โมน ยาที่ใช้ ความเครียด และสุขภาพโดยรวม ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458
การใช้ P-Shot เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุของ ED ก่อนเสมอ เพื่อดูว่าปัญหาหลักอยู่ที่หลอดเลือด ฮอร์โมน โรคร่วม ยาที่ใช้ หรือปัจจัยด้านพฤติกรรม และเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด
นกเขาไม่ขัน และอยากรู้ว่า P-Shot เหมาะกับคุณไหม?
เริ่มจากให้แพทย์ประเมินสาเหตุของ ED ความรุนแรง โรคประจำตัว และเป้าหมายการฟื้นฟูก่อน จะช่วยเลือกวิธีรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยกว่า


รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
26 ลักษณะอวัยวะเพศชาย และภาวะผิดปกติที่ควรรู้
อวัยวะเพศชายของ
ค้นหาเรื่องอุปกรณ์สุขภาพทางเพศออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสียความเป็นส่วนตัว
หลายคนค้นหาเรื่
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ป้องกันได้ด้วยถุงยาง มีอะไรบ้าง?
ถุงยางอนามัยเป็
วิธีใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง ป้องกันหลุด แตก และลดความเสี่ยงทางเพศ
ถุงยางอนามัยเป็
PSA คืออะไร ใช้ตรวจอะไร และเกี่ยวกับต่อมลูกหมากอย่างไร
PSA คือโปรตีนที
คู่มือความปลอดภัยก่อนเลือกใช้อุปกรณ์สุขภาพทางเพศ
หลายคนเริ่มจากค
เซ็กซ์ทอยสำหรับมือใหม่แบบไหนดี? คู่มือเลือก sex toy ให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น
หลายคนเริ่มจากค
10 เทคนิคเพิ่มความรู้สึกตอนมีเพศสัมพันธ์
ความรู้สึกระหว่