ส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในไต PCNL คืออะไร? ข้อดี และความเสี่ยงเป็นอย่างไร

ผ่าตัดนิ่วในไต

PCNL หรือ Percutaneous Nephrolithotomy คือการส่องกล้องผ่านรูเปิดขนาดเล็กบริเวณหลังเพื่อเข้าไปเอานิ่วในไตออกโดยตรง เหมาะกับนิ่วในไตขนาดใหญ่ นิ่วแข็ง หรือกรณีที่การสลายนิ่วแบบ ESWL อาจต้องทำหลายครั้งและได้ผลไม่ดีพอ

หน้านี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่า PCNL คืออะไร ต่างจากการสลายนิ่วอย่างไร เหมาะกับใคร มีข้อดี ความเสี่ยง การพักฟื้น และเรื่องใดที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ

PCNL การส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในไตผ่านรูเล็กบริเวณหลัง

PCNL คืออะไร?

PCNL คือการส่องกล้องเข้าไตผ่านรูเล็กประมาณ 1 เซนติเมตรที่บริเวณหลัง เพื่อทำให้นิ่วแตกและนำออกจากร่างกาย เหมาะกับผู้ป่วยที่มีนิ่วในไตขนาดใหญ่ นิ่วแข็ง หรือนิ่วที่คาดว่าการสลายนิ่วจากภายนอกอาจไม่ตอบโจทย์พอ

ข้อเด่นคือสามารถกำจัดนิ่วได้มีประสิทธิภาพสูง แผลเล็กกว่าการผ่าตัดเปิด และโดยทั่วไปพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3–5 วัน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก การติดเชื้อ และต้องติดตามผลหลังรักษาอย่างต่อเนื่อง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • PCNL คือการส่องกล้องผ่านรูเล็กที่หลังเพื่อเข้าไปเอานิ่วในไตออก
  • เหมาะกับนิ่วขนาดใหญ่ แข็ง หรือกรณีที่ ESWL อาจไม่ตอบโจทย์พอ
  • ข้อดีคือแผลเล็ก ประสิทธิภาพสูง และฟื้นตัวเร็วกว่าผ่าตัดเปิด
  • โดยทั่วไปพักในโรงพยาบาลประมาณ 3–5 วัน
  • ยังมีความเสี่ยงเรื่องติดเชื้อ เลือดออก และต้องติดตามผล
  • นิ่วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงต้องดูแลระยะยาวด้วย

สารบัญ

PCNL คืออะไร

PCNL ย่อมาจาก Percutaneous Nephrolithotomy เป็นการส่องกล้องผ่านผิวหนังเข้าไปในไตเพื่อเอานิ่วออกโดยตรง จุดสำคัญของวิธีนี้คือช่วยลดความจำเป็นของการผ่าตัดเปิดในผู้ป่วยบางราย โดยยังคงประสิทธิภาพในการกำจัดนิ่วก้อนใหญ่ได้ดี

หลักการทำคือแพทย์จะกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมบริเวณหลัง จากนั้นเจาะรูขนาดเล็กเพื่อเป็นทางผ่านของกล้องเข้าสู่ไต เมื่อตรวจพบนิ่วแล้วจึงใช้อุปกรณ์ช่วยให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กลงและนำออกผ่านช่องทางเดียวกัน

กรณีที่อาจเหมาะกับการรักษานิ่วในไตด้วย PCNL

PCNL มักใช้ในกรณีไหน

แม้ปัจจุบันจะมีหลายวิธีในการรักษานิ่วในไต แต่ไม่ใช่ทุกก้อนนิ่วจะเหมาะกับทุกวิธี การเลือกแนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดนิ่ว ตำแหน่ง ความแข็ง รูปร่างของนิ่ว รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

โดยทั่วไป PCNL มักถูกพิจารณาเมื่อแพทย์ประเมินว่านิ่วมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่การสลายนิ่วจากภายนอกจะได้ผลดี หรือคาดว่าต้องสลายหลายครั้งจึงจะกำจัดนิ่วได้หมด

นิ่วขนาดใหญ่

โดยเฉพาะนิ่วในไตที่มีขนาดมากกว่า 2 เซนติเมตร ซึ่งอาจแตกยากหรือใช้เวลารักษานานหากเลือกวิธีอื่น

นิ่วเขากวาง

นิ่วที่มีรูปร่างแตกแขนงคล้ายเขากวางและกินพื้นที่ในระบบกรวยไตหลายส่วน

นิ่วแข็งมาก

นิ่วบางชนิดมีความหนาแน่นสูงและตอบสนองต่อ ESWL ได้ไม่ดีนัก

เคยรักษาวิธีอื่นแล้วไม่สำเร็จ

เช่น สลายนิ่วหลายครั้งแต่ยังมีเศษนิ่วตกค้างจำนวนมาก

ข้อสำคัญ: การเลือก PCNL ไม่ได้แปลว่าอาการรุนแรงเสมอไป แต่เป็นการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับลักษณะนิ่วของแต่ละคน

PCNL ต่างจาก ESWL อย่างไร

คำถามที่พบได้บ่อยคือ “สลายนิ่ว ESWL กับ PCNL ต่างกันอย่างไร” คำตอบคือทั้งสองวิธีมีบทบาทต่างกัน และไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน

หัวข้อ PCNL ESWL
หลักการรักษา ส่องกล้องเข้าไตและเอานิ่วออกโดยตรง ใช้คลื่นกระแทกจากภายนอกสลายนิ่ว
เหมาะกับ นิ่วใหญ่ นิ่วแข็ง นิ่วเขากวาง นิ่วขนาดเล็กถึงปานกลาง
แผลผ่าตัด มีรูเล็กประมาณ 1 ซม. ไม่มีแผลผ่าตัด
ประสิทธิภาพกำจัดนิ่ว สูงมากในนิ่วขนาดใหญ่ ดีในนิ่วขนาดเล็กและเหมาะสมบางตำแหน่ง
การพักรักษา มักนอนโรงพยาบาล บางรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
โอกาสต้องทำซ้ำ น้อยกว่าในนิ่วขนาดใหญ่ อาจต้องสลายหลายครั้ง

หากต้องการอ่านรายละเอียดของการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ ESWL การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก

ขั้นตอนการรักษา PCNL โดยสรุป

แม้ชื่อจะฟังดูซับซ้อน แต่หลักการรักษาสามารถอธิบายเป็นลำดับง่าย ๆ ได้ดังนี้

1. ประเมินก่อนผ่าตัด

ตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือ CT Scan เพื่อวางแผนการรักษา

2. ดมยาสลบ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับการดมยาสลบเพื่อให้การรักษาปลอดภัยและแม่นยำ

3. สร้างทางเข้าสู่ไต

แพทย์เปิดทางผ่านขนาดเล็กบริเวณหลังเพื่อให้กล้องเข้าสู่ระบบกรวยไต

4. สลายและนำนิ่วออก

ใช้อุปกรณ์เฉพาะทางทำให้นิ่วแตกและนำออกจากร่างกาย

5. ตรวจความเรียบร้อย

ประเมินว่ายังมีนิ่วตกค้างหรือไม่ก่อนสิ้นสุดการรักษา

6. พักฟื้นและติดตามผล

สังเกตอาการ ติดตามภาพถ่ายรังสี และประเมินการฟื้นตัวหลังผ่าตัด

ข้อดีของการส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในไต PCNL
ควรรู้: รายละเอียดจริงอาจแตกต่างกันตามขนาดนิ่ว ตำแหน่งนิ่ว และแผนการรักษาที่แพทย์เลือกใช้ในแต่ละราย

ก่อนตัดสินใจรักษานิ่วในไต ควรถามแพทย์เรื่องใดบ้าง

  • นิ่วของผมมีขนาดเท่าไร และอยู่ตำแหน่งใด
  • ESWL, URS หรือ PCNL วิธีใดเหมาะที่สุด
  • โอกาสกำจัดนิ่วหมดมีมากน้อยแค่ไหน
  • มีโอกาสต้องทำซ้ำหรือไม่
  • จะต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน
  • มีโรคประจำตัวใดที่เพิ่มความเสี่ยงหรือไม่
  • หลังรักษาต้องติดตามผลอย่างไร

ข้อดีของการส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในไต PCNL

PCNL ได้รับการพัฒนาเพื่อเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษานิ่วในไตขนาดใหญ่โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแบบเดิม ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น พร้อมยังคงประสิทธิภาพในการกำจัดนิ่วได้ดี

กำจัดนิ่วขนาดใหญ่ได้ดี

เหมาะกับนิ่วขนาดใหญ่ นิ่วหลายก้อน หรือนิ่วเขากวางที่วิธีอื่นอาจต้องทำหลายครั้ง

แผลเล็กกว่าผ่าตัดเปิด

ใช้รูเปิดขนาดเล็กบริเวณหลัง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

โอกาสกำจัดนิ่วได้มากในครั้งเดียว

ช่วยลดความจำเป็นในการกลับมารักษาซ้ำในผู้ป่วยหลายราย

ฟื้นตัวเร็วขึ้น

โดยทั่วไปใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดเปิด และกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้เร็วกว่า

ข้อเท็จจริงสำคัญ: แม้ PCNL จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกวิธีรักษายังต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางร่วมด้วย

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้

เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์ทุกชนิด PCNL มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง ผู้ป่วยควรเข้าใจทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจ

เลือดออก

ไตเป็นอวัยวะที่มีเลือดมาเลี้ยงมาก จึงอาจมีเลือดออกระหว่างหรือหลังผ่าตัดได้ในบางราย

การติดเชื้อ

ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอยู่เดิมอาจต้องได้รับการรักษาก่อนผ่าตัด

นิ่วตกค้าง

ในบางกรณีอาจยังมีเศษนิ่วเหลืออยู่และต้องติดตามหรือรักษาเพิ่มเติม

บาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง

พบได้ไม่บ่อย แต่เป็นความเสี่ยงที่แพทย์จะอธิบายก่อนการรักษา

ระดับความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับขนาดนิ่ว ตำแหน่งนิ่ว โรคประจำตัว และสภาพร่างกายโดยรวม

ควรรีบพบแพทย์: หากหลังผ่าตัดมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดมากผิดปกติ เลือดออกมาก หรือปัสสาวะไม่ออก

หลังผ่าตัด PCNL ต้องพักฟื้นนานไหม

ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปผู้ป่วยมักพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 3–5 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณนิ่ว ความซับซ้อนของหัตถการ และการฟื้นตัวหลังผ่าตัด

วันแรกหลังผ่าตัด

ทีมแพทย์จะติดตามอาการ เลือดออก ปริมาณปัสสาวะ และการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด

ช่วงสัปดาห์แรก

อาจยังมีอาการปวดตึงบริเวณแผล หรือรู้สึกอ่อนเพลียได้บ้าง ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น

กลับไปทำงาน

หลายคนสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน

ออกกำลังกาย

ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์

การพักฟื้นหลังส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในไต PCNL

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังรักษานิ่วในไต

แม้กำจัดนิ่วออกได้สำเร็จแล้ว แต่ผู้ป่วยยังควรดูแลตนเองเพื่อลดโอกาสเกิดนิ่วซ้ำในอนาคต

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน
  • ลดการรับประทานอาหารเค็มจัด
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เกาต์ หรือความดันโลหิตสูง
  • มาตรวจติดตามตามนัด
  • ตรวจหาสาเหตุของนิ่วหากมีประวัติเป็นซ้ำ

นิ่วในไตกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม

คำตอบคือ “ได้” แม้จะกำจัดนิ่วออกหมดแล้วก็ตาม เพราะการเกิดนิ่วไม่ได้เกิดจากตัวก้อนนิ่วเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดื่มน้ำ อาหาร โรคประจำตัว และปัจจัยทางพันธุกรรมด้วย

งานวิจัยหลายฉบับพบว่าผู้ป่วยที่เคยเป็นนิ่วในไตมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ในอนาคต หากไม่ได้ปรับปัจจัยเสี่ยงหรือดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

เป้าหมายระยะยาว: การรักษานิ่วไม่ใช่แค่การเอาก้อนนิ่วออก แต่รวมถึงการลดโอกาสเกิดนิ่วใหม่ในอนาคตด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PCNL

PCNL เจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดผู้ป่วยมักได้รับการดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะรักษา หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดตึงบริเวณแผลได้บ้าง ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดตามแผนการรักษาของแพทย์

PCNL ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

โดยทั่วไปประมาณ 3–5 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดนิ่ว ความซับซ้อนของการรักษา และการฟื้นตัวของผู้ป่วยแต่ละราย

PCNL มีแผลใหญ่ไหม

PCNL ใช้รูเปิดขนาดเล็กบริเวณหลังประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งเล็กกว่าการผ่าตัดเปิดแบบดั้งเดิมมาก

PCNL เหมาะกับนิ่วขนาดเท่าไร

มักใช้ในนิ่วขนาดใหญ่ โดยเฉพาะนิ่วมากกว่า 2 เซนติเมตร นิ่วเขากวาง หรือกรณีที่คาดว่าวิธีอื่นอาจไม่สามารถกำจัดนิ่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

PCNL ต่างจาก ESWL อย่างไร

PCNL เป็นการส่องกล้องเข้าไปเอานิ่วออกโดยตรง ส่วน ESWL ใช้คลื่นกระแทกจากภายนอกเพื่อสลายนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็กแล้วขับออกทางปัสสาวะ

หลังผ่าตัดสามารถกลับไปทำงานได้เมื่อไร

หลายคนสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่ควรหลีกเลี่ยงงานหนักและการยกของหนักในช่วงแรก

นิ่วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่

ได้ แม้กำจัดนิ่วออกหมดแล้ว หากยังมีปัจจัยเสี่ยงเดิม เช่น ดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารเค็ม หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด

PCNL ปลอดภัยหรือไม่

PCNL เป็นวิธีรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จึงควรประเมินร่วมกับแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจ

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัด

ควรตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และทำการตรวจทางรังสีตามที่แพทย์แนะนำ รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทุกชนิด

หลังรักษาต้องติดตามผลหรือไม่

ควรติดตามผลตามนัด เพื่อประเมินว่ามีนิ่วตกค้างหรือไม่ และวางแผนป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำในอนาคต

ข้อมูลนี้เหมาะใช้เพื่ออะไร

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายการรักษานิ่วในไตด้วยวิธี PCNL ให้เข้าใจง่าย ทั้งข้อบ่งชี้ ข้อดี ความเสี่ยง การพักฟื้น และการดูแลตนเองหลังรักษา

ข้อมูลในบทความไม่สามารถใช้แทนการตรวจรักษาจริงได้ เนื่องจากการเลือกวิธีรักษานิ่วต้องอาศัยผลตรวจ ขนาดและตำแหน่งของนิ่ว ประวัติสุขภาพ และการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง

ผู้ป่วยแต่ละรายอาจเหมาะกับ ESWL, URS หรือ PCNL แตกต่างกัน จึงควรได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน หมอเบียร์ แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน (หมอเบียร์)

แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology)

ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคนิ่วในไต นิ่วทางเดินปัสสาวะ การสลายนิ่ว ESWL การส่องกล้องรักษานิ่ว และการผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ

ดูประวัติแพทย์

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์

  • European Association of Urology (EAU) Guidelines on Urolithiasis
  • American Urological Association (AUA) Kidney Stones Guideline
  • National Kidney Foundation – Kidney Stones
  • World Journal of Urology
  • Journal of Endourology
  • Campbell-Walsh-Wein Urology

มีผลตรวจนิ่วในไตอยู่แล้ว และอยากทราบว่าเหมาะกับ PCNL หรือไม่?

ส่งผล Ultrasound, X-Ray KUB หรือ CT Scan ให้แพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับขนาดและตำแหน่งนิ่วของคุณ

ปรึกษาแพทย์ผ่าน LINE

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด